ทำไมต้องทุเรียนที่เขายายดา…

 

ทำไมต้องทุเรียนที่เขายายดา…

ในปี พ.ศ.2550 บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด ได้เข้ามาสนับสนุนการทำฝายในพื้นที่ชุมชนรอบเขายายดาร่วมกับชาวบ้านเพิ่มขึ้น จนปัจจุบันมีฝายรวมทั้งสิ้น 1,200 ฝาย ทำให้พื้นที่รอบเขายายดากลับมามีความอุดมสมบูรณ์ และชาวบ้านสามารถใช้น้ำเพื่อการอุปโภคและทำการเกษตรได้ ทั้งสวนผลไม้ สวนยางพารา และเป็นสถานที่พักผ่อนของผู้คนทั่วไป ต่อมาในช่วงปี 2558 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้เข้ามาทำงานร่วมกับ SCG เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนผ่าน กระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น โดยชวนชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนรอบเขายายดามาทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

โครงการศึกษารูปแบบการจัดการสวนผลไม้ที่เหมาะสมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน หมู่ที่ 11 บ้านศาลเจ้า ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็น 1 โครงการในชุดงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก สกว.และ SCG ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการร่วมคิด ร่วมทำ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันของคนในชุมชนอันจะนำไปสู่การจัดการสวนผลไม้ที่เหมาะสมฯกับสภาพพื้นที่ สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผ่านการศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตและบริบทของชุมชน ข้อมูลต้นทุนภายในชุมชน สภาพพื้นที่ ทรัพยากรในพื้นที่ ตลอดจนศึกษาข้อมูลสถานการณ์ของชาวสวน ระบบการจัดการสวนผลไม้ของชุมชน สภาพภูมิอากาศ สภาพดิน น้ำ ลักษณะภูมิประเทศ ขั้นตอนกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตลอดจนถึงปัจจัย เงื่อนไขที่ส่งผลต่อการจัดการสวนผลไม้ฯ ซึ่งจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนที่จะลุกขึ้นมาจัดการสวนผลไม้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ นอกจากการเก็บข้อมูลการวิจัยชาวบ้านยังนำความรู้จากงานวิจัยไปปรับปรุงวิธีการทำสวน จนเกิดเป็นการทำสวนผลไม้ปลอดภัย ที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและยากำจัดศัตรูพืช โดยมีวิธีการดูแลที่เหมาะสมภายใต้การประยุกต์ภูมิปัญญาชาวบ้านผสานกับความรู้เชิงวิชาการสมัยใหม่ โดยเฉพาะสวนทุเรียน

นายสงกรานต์ พงษ์มี อายุ 50 ปี เป็นชาวสวนทุเรียน หมู่ที่ 11 บ้านศาลเจ้า ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลตะพง และเป็นหัวหน้าโครงการศึกษารูปแบบการจัดการสวนผลไม้ที่เหมาะสมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน หมู่ที่ 11 บ้านศาลเจ้า ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง นายสงกรานต์ พงษ์มี ทำสวนทุเรียนตั้งแต่จำความได้ โดยใช้ความรู้และภูมิปัญญาที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ และเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยแสวงหาความรู้ใหม่จากการให้ความรู้ของหน่วยงานภาครัฐ และการศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนความรู้จากสวนอื่นเพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสวนของตนเอง อีกทั้งมีการนำความรู้และกระบวนการจากงานวิจัยมาจัดการสวนทุเรียนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง

ทุเรียนในมือของท่านนี้เป็นทุเรียนที่แก่และสุกด้วยกระบวนการธรรมชาติ ไม่ชุบน้ำยาเร่งสุก

ทุเรียนเป็นผลไม้ที่ต้องบ่มจึงจะกินอร่อยต่างจากผลไม้อีกกลุ่มที่ไม่ต้องบ่มเช่นมะนาว ฯลฯ  แต่จะให้อร่อยไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ต้องเก็บเมื่อผลไม้นั้นแก่เต็มที่แล้ว ในกรณีที่จำเป็นต้องบ่มหากต้องการให้ได้ผลไม้ที่สุกพร้อม ๆ กันจำนวนมากอาจใช้สารช่วยเร่งการสุกซึ่งจะมีวิธีการปฏิบัติให้ถูกต้องด้วยสารเร่งการสุกนั้นนิยมใช้ ethylene ซึ่งจัดเป็นฮอร์โมนของพืชผลตามธรรมชาติอยู่แล้วแต่ผลิตได้ในระดับแตกต่างกันตามชนิดของผลไม้ ส่วนสารที่ใช้เร่งการสุกที่ผลิตจำหน่ายอยู่คือ 2- chloroethyl phosphonic acid มีชื่อทางการค้า Ethrel หรือ Ethephon อาจใช้ในรูป ethylene gas ก็ได้ เมื่อมีสารเร่งการสุกก็มีสารช่วยยืดอายุการสุกออกไปได้ด้วยคือการใช้สารที่มีสมบัติดูดซับกาซ ethylene ที่ผลิตออกมาจากผลไม้ในกระบวนการสุกของผลไม้นั้นเอง

          ข้อเสียของการใช้สารเร่งการสุกเนื่องจากเราไปบังคับกลไกการสุกของธรรมชาติ ต้องปฏิบัติกับผลไม้ที่เก็บเมื่อแก่จัดผลไม้นั้นมีปริมาณแป้งสูงพอมี่จะถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลและสร้างกลิ่นได้อย่างเหมาะสมให้ความอร่อยตามที่ควรจะเป็น ต้องอาศัยความซื่อตรงของเจ้าของสวนกับพ่อค้าเป็นสำคัญ หากจะทานทุเรียนคุณภาพ ถือว่าทุเรียนที่แต้มน้ำยาคือทุเรียนคุณภาพต่ำรสชาติด้อย กลิ่นฉุน เนื้อแฉะ เนื่องจากหากชาวสวนเก็บทุเรียนแก่ไม่จำเป็นต้องแต้มน้ำยาวางไว้เฉยๆก็สุกเสมอกันเนื้อจะเเห้งไม่เละถึงแม้จะงอมก็ตาม เพราะทุเรียนจะคายน้ำออกไวมากทำให้เนื้อแห้งอร่อยการผลิตทุเรียนต้องคำนึงถึงคนกินจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุดเป็นสำคัญ น้ำหนักหายเป็นเรื่องธรรมชาติของทุเรียนซึ่งมันควรจะเป็น ไม่ต้องไปโกงธรรมชาติ ตั้งแต่สมัยก่อนมาทุเรียนแก่เมื่อตัดมาเเล้ววางไว้เฉย ๆ จะสุกเองตามธรรมชาติใช้เวลาแตกต่างกันตามสายพันธุ์ดังนี้  พันธุ์ชะนีใช้เวลา 1-2 คืน  พันธุ์หมอนทอง 4-5 คืน พันธุ์ก้านยาว 3- 4 คืน ถ้าเร็วกว่านี้ ในก้านยาวถือว่าแก่เกินเนื้อจะห้าวสากและขมฉุน ถ้าช้ากว่ากำหนดการนี้ถือว่า อ่อนเกินไป ทั้งนี้ระยะเวลาสุกอาจคลาดเคลื่อนจากนี้บ้างหากอุณหภูมิเย็นเกินไป สำหรับมาตรฐานทุเรียนที่ได้คุณภาพจริงๆ ต้องเก็บเมื่อความแก่ 90% ขึ้นไป หรือต้องแขวนอยู่บนต้นให้ทุเรียนสะสมอาหารไม่ต่ำกว่า110 วันถึงจะตัดลงมาขายได้ ดังนั้นทุเรียนที่อยู่ในมือท่านครั้งนี้จึงเป็นทุเรียนที่พร้อมสำหรับการรับประทานแล้ว ตามกลไกธรรมชาติ

ทุเรียนจากเกษตรกรพร้อมส่งถึงมือคุณแล้ว !!

ทุเรียน 1 ลูก

คือ การช่วยเติมกำลังใจให้เกษตรกรในพื้นที่

และสืบต่อรักษาพื้นที่สวนผลไม้ในพื้นที่เขตอุตสาหกรรม

ท่านสามารถ ศึกษาวิธีการปลอกทุเรียน ได้จาก http://www.youtube.comwatch?v=s9fo0xuZmRk

 

ขอให้ท่านมีความสุขและสัมผัสรสชาติทุเรียนหมอนทองจากชุมชนรอบเขายายดา อย่างมีความสุขครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *