Active Citizen

ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงคราม(องค์กรสาธารณประโยชน์)เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ลำดับที่ 2345 ได้เริ่มดำเนินงานภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยมีการวางยุทธศาสตร์ในการทำงานที่มุ่งเน้นเรื่องการเสริมสร้างแนวคิดและกระบวนการดำเนินงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นกับแกนนำชุมชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามควบคู่กับการค้นหาแนวทางการพัฒนากลไกการทำงานในบทบาทพี่เลี้ยงนักวิจัยผ่านการจัดทำแผนที่ทางสังคมและการพัฒนาสร้างรูปธรรมการแก้ปัญหาในพื้นที่เป้าหมาย และเรียนรู้กระบวนการติดตามสนับสนุนผ่านฐานทุนเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่
ในปี 2557 ทางศูนย์ประสานงานฯ มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมประสานภาคีหน่วยงานทั้งในจังหวัดและภาคีในระดับประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาของพื้นที่ผ่านยุทธศาสตร์”การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนผ่านกลไกงานวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับความรู้ในการจัดการท้องถิ่น”โดยมุ่งเน้นภารกิจหลักในการขับเคลื่อนงาน 3 ด้านคือ 1) การเชื่อมโยงการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นกับงานวิจัยและพัฒนาที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาในระดับพื้นที่ โดยทำงานเชื่อมโยงกับฝ่ายต่าง ๆ ในสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) เช่น ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ(ฝ่าย 3) และหน่วยงานภาคีในระดับพื้นที่ เช่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) องค์การมหาชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สถาบันการศึกษา โดยเป็นการประสานให้เกิดการมีส่วนร่วมทั้งในลักษณะของการ Co-funding และ Co-working โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้เป็นตัวเชื่อมการทำงานระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการกับงานพัฒนาเชิงพื้นที่และสร้างกลไกต่างๆในการทำงานร่วมกันผ่านการพัฒนาที่มีจุดเน้นในการยกระดับประเด็นที่เชื่อมโยงกับการจัดการทรัพยากร ความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาเด็กและเยาวชน ผ่านการเรียนรู้เพื่อสืบสานระบบนิเวศและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชุมชน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการทำงานเผยแพร่สู่สาธารณะ ที่สามารถยกระดับการเรียนรู้ของชุมชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ทั้งในมิติของงานวิจัยและงานพัฒนา
ท่ามกลางกระแสการพัฒนาประเทศที่ส่งผลมายังพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามที่มุ่งเน้นการเติบโตด้าน เศรษฐกิจ ตัวเลข จีดีพี และความเจริญทางด้านวัตถุ ขณะที่ความสุขและคุณภาพชีวิตของคนไทย พบว่ามีแนวโน้มต่ำลง การใช้ชีวิตที่ต้องเร่งรีบเพียงเพื่อต้องการหารายได้สำหรับการดำรงชีวิตนั้นได้ส่งผลต่อความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว เด็ก และเยาวชน ต้องอาศัยอยู่กับพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง น้อยลง ใช้ชีวิตอยู่กับโลกส่วนตัว เช่น Facebook อินเตอร์เน็ต เป็นต้น สาเหตุดังกล่าวนำมาซึ่งผลกระทบต่อตัวเด็กและเยาวชน ได้แก่ การขาดมิติความสัมพันธ์ทั้งครอบครัวและ ชุมชน การถูกล่อลวง มั่วสุมเสพสารเสพติด แข่งรถ ติดการพนัน มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ตั้งครรภ์ไม่พร้อม เด็กหญิงแม่ เป็นต้น
สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนไทยก็เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียงด้วย อันจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศและจังหวัดในอนาคต สิ่งที่ค้นพบรากเหง้าของปัญหา ได้แก่ เด็กและเยาวชน ขาดความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง ไม่รู้ว่าเป้าหมายชีวิตของตนคืออะไร ขาดทักษะการแก้ปัญหาการจัดการด้านอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของตน รวมถึงไม่สามารถรู้เท่าทันสื่อและข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ แนวทางการไขปัญหาเยาวชนในอนาคต
จากรายงานสถานการณ์การตั้งครรภ์ของวัยรุ่นไทย ปี 2553 โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ประมวลผลจากข้อมูลการจดทะเบียนเกิดของสำนักบริหารงานทะเบียน กรมการปกครอง พบว่า จังหวัดสมุทรสงคราม มีสถานการณ์ปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นซึ่งมีลำดับความรุนแรง ติด 1 ใน 10 ของประเทศ (อยู่ในลำดับที่ 1) โดยเทียบกับอัตราการคลอดบุตรของมารดาทุกอายุ (1,312 คน) พบว่า อัตราการคลอดบุตรของมารดาอายุต่ำกว่า 20 ปี มีอัตราร้อยละ 21.88 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2552
        จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นจะเห็นถึงการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งในด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในศตวรรษที่ 21 ในด้านการให้การศึกษากับนักเรียนซึ่งเดิมในศตวรรษที่ 20 เราตั้งเป้าหมายของการศึกษาอยู่ที่การสร้างพลเมืองที่มีความซื่อสัตย์ และรับผิดชอบ สามารถทำงานในวิชาชีพเฉพาะทางอันหลากหลายได้อย่างเช่น แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ พยาบาล ครูอาจารย์ แต่สำหรับการศึกษาแห่งศตวรรษที่ 21 นั้นจะมุ่งเน้นสร้างนักคิดเชิงวิจารย์และะสร้างสรรค์ นักแก้ปัญหา และผู้ที่ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีความสามารถสร้างสรรค์ให้เกิดผลิตภัณฑ์ บริการและธุรกิจใหม่ๆ หรือสามารถทำงานในตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบที่ไม่เคยมีมาก่อน
ดังนั้นการศึกษาสำหรับคนในศตวรรษที่ 21 เราต้องการคนที่มีทักษะรอบด้านมากกว่านี้และเรื่องนี้ก็กลายเป็นส่วนสำคัญแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพราะถ้าหากเรามองปัญหาใหญ่ๆ ที่ต้องเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นความยากจน การก่อการร้าย การลักพาตัว การค้ามนุษย์ ยาเสพติด การขาดเสถียรภาพทางการเมือง คอร์รัปชั่น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จะเห็นได้ว่าปัญหาเหล่านี้มีส่วนเชื่อมโยงกันและมีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งคนรุ่นต่อไปต้องเผชิญและหาหนทางแก้ไข แต่วิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ไม่สามารถหาได้จากหนังสือเรียนเล่มใด แล้วทักษะใดบ้างที่เราต้องมีในยุคนี้ จากการวิจัยของนักวิชาการด้านการศึกษาจากทั่วโลกในหนังสือ “ทักษะแห่งอนาคตใหม่ : การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21 (21st Centuly Skills :Rethinking How Students Learn)” ได้ให้คำจำกัดความของทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ไว้ค่อนข้างกว้างและแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่เมื่อนักการศึกษากล่าวถึงการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ส่วนใหญ่แล้วมักจะหมายความถึงการคิดอย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ประกอบด้วยการสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว ความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบ ซึ่งทักษะต่างๆเหล่านี้จำเป็น ต่อการเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ซับซ้อน การดำเนินงานโครงการที่ต้องการความร่วมมือจากทีมงานและผู้อื่น การจัดการปัญหาที่ต้องการวิธีการแก้ปัญหาในรูปแบบใหม่และแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทักษะเหล่านี้ไม่สามารถหาอ่านได้จากหนังสือและการจดจำ แต่จะมีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับการฝึกฝนจากสถานการณ์จำลองและกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องอาศัยทักษะเหล่านี้ในการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
จากประสบการณ์ในงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม โดยผ่านบทเรียนการทำงานของ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) มีการทำงานเด็กและเยาวชน 2 รูปแบบ กล่าวคือ รูปแบบที่ 1 สร้างการเรียนรู้ให้กับเด็ก ได้รู้จักชุมชน และทรัพยากรในท้องถิ่น ผ่านกิจกรรม “กลุ่มเด็กรักษ์แม่กลอง” เน้นให้กลุ่มเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษา เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน การใช้ประโยชน์ของทรัพยากรผ่านภูมิปัญญาในท้องถิ่น อันเป็นการปลูกฝังให้เด็กได้รู้สึก รัก และ หวงแหนท้องถิ่นของตน รูปแบบที่ 2 ค้นหาเยาวชนที่มีจิตอาสาและต้องการมีพื้นที่ได้แสดงออกถึงความรักษ์ที่มีต่อบ้านเกิดของตน ผ่านกิจกรรม “เยาวชนอาสาสมัครรักษ์แม่กลอง” โดยเปิดรับสมัครนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนสังกัดสามัญศึกษา และ โรงเรียนขยายโอกาส ทั้งจังหวัดสมุทรสงคราม เข้าร่วมเป็นพี่เลี้ยงในกิจกรรมค่าย “เด็กรักษ์แม่กลอง” สำหรับนักเรียนที่มีจิตอาสาดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาทักษะสำคัญ ได้แก่ ทักษะการเป็นผู้นำ ทักษะการเป็นวิทยากรกลุ่มย่อย และบทบาทการเป็น “พี่เลี้ยง” และการเกิดพื้นที่และได้รับโอกาสทำหน้าที่ดูแลน้องในค่าย ซึ่งเป็นการจุดประกายทางความคิด สำนึกต่อตนเองในฐานะความเป็นพลเมืองที่ดีและมีจิตอาสา รวมถึงการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นในประเด็นเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียงได้สร้างและสะสมต้นทุนในการขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ที่ผ่านการเรียนรู้เรื่องราวของชุมชนท้องถิ่นส่งผลให้เด็กและเยาวชนเหล่านั้นเกิดจิตสำนึกรักท้องถิ่นและจิตสำนึกสาธารณะอย่างต่อเนื่องและขยายผลไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นแนวทางการขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมพลังเด็กและเยาวชนเพื่อแก้ไขปัญหาเด้กและเยาวชนในอนาคต จึงต้องทำให้เด็กและเยาวชน มีสำนึกความเป็นพลเมือง เกิดจิตอาสา รู้จักสังคมชุมชนของตน มีความรับผิดชอบ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและสังคมไทย สามารถวิเคราะห์แยกแยะปัญหาโดยใช้ศักยภาพของตนเพื่อร่วมแก้ปัญหาของชุมชนที่เกิดจากสำนึกของความเป็นพลเมืองที่ดีและมีจิตอาสาและสามารถประยุกต์ใช้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักคิดในการจัดการและแก้ปัญหาต่อไป
เป้าหมายโครงการ
        มุ่งเน้นสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการเรียนรู้เรื่องราวท้องถิ่นเพื่อพัฒนาเยาวชน ให้มีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางสังคม สร้างความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีจิตสาธารณะ ให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ (Active Citizen) มีบทบาทในการดูแลตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อม และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นในอนาคต โดยผ่านการเรียนรู้และการเสริมสร้างศักยภาพ ภายใต้การทำกิจกรรมเรียนรู้ชุมชนท้องถิ่นของตนเองอย่างต่อเนื่อง
วัตถุประสงค์
1.เพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชนผ่านการเรียนรู้ชุมชนท้องถิ่นของตนเองอัน จะนำไปสู่การสร้างจิตสาธารณะและกระตุ้นสำนึกการเป็นพลเมืองของเด็กและเยาวชน
2.เพื่อสร้างและพัฒนากลไกการขับเคลื่อนงานเด็กและเยาวชนของภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง
3. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลและเชื่อมเครือข่ายคนทำงานด้านเด็กและเยาวชน
4.เพื่อยกระดับความรู้และสรุปบทเรียนจากการขับเคลื่อนโครงการเพื่อนำไปสู่การสร้างสำนึกพลเมือง
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.ได้กระบวนการเรียนรู้และเกิดการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชนผ่านการเรียนรู้ชุมชนท้องถิ่นของตนเองนำไปสู่การสร้างจิตสาธารณะและกระตุ้นสำนึกการเป็นพลเมืองของเด็กและเยาวชน
2.เกิดกลไกการขับเคลื่อนงานเด็กและเยาวชนของภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง
3.ได้ฐานข้อมูลและเกิดการเชื่อมเครือข่ายคนทำงานด้านเด็กและเยาวชน
4.ได้ชุดความรู้และบทเรียนจากการขับเคลื่อนโครงการเพื่อนำไปสู่การสร้างสำนึกพลเมือง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *