โครงการศึกษาแนวทางลดผลกระทบจากช้างกินพืชไร่โดยชุมชน บริเวณหนองเสือ
พุใหญ่ หุบมะซาง กิ่งอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 

ี่ความเป็นมา

อดีตประเทศไทยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยที่สำคัญของช้างเอเชีย  เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็น ที่ราบลุ่มขนาดใหญ่ของสองฝั่งลำน้ำหลายสายน้ำ โดยเฉพาะที่ราบลุ่มของ
ลำน้ำในภาคกลาง ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของพืชอาหารและน้ำในปริมาณที่พอเหมาะกับการดำรงชีวิตของช้าง   หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่
ยุคแห่งการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญทัดเทียมกับนานาประเทศ ซึ่งดำเนินการมาไม่น้อยกว่า 40 ปี มีแผนพัฒนาประเทศแล้วทั้งสิ้น 8 ฉบับ โดยปัจจุบันประเทศ
ไทย กำลังพัฒนาประเทศ  ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9    แต่การพัฒนาที่ผ่านมานั้นไม่สอดคล้องกับการดำรงชีวิตของช้างผลายประการ
เช่น  การขยายพื้นที่เพื่อทำการเกษตรเชิงเดี่ยว  ซึ่งเน้นการเพาะปลูกเพื่อการค้า   ภายหลังจากการสัมปทานทำไม้  และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ถนน เขื่อน
ชุมชนเมือง ในที่สุดกิจกรรมหลายกิจกรรมได้แบ่งพื้นที่ป่าออกเป็นหย่อมๆ  ซึ่งไม่เอื้อต่อการเคลื่อนย้ายหากินของช้าง    ในขณะเดียวกันคนจำนวนมากในสังคมไทยที่
อาศัยทำกินในชนบทซึ่งตามไม่ทันกับการพัฒนากระแสหลักในสังคมไทยและสังคมโลกพ่ายแพ้ต่อความเจริญ สูญเสียโอกาสในการแข่งขันสูญเสียโอกาสในการหากิน
ตามแบบอย่างที่เคยดำรงชีวิตสืบทอดกันมา ถูกแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญในการลดผลิต  และกระจัดกระจายไปจากถิ่นที่เคยอาศัยกันมาตั้งแต่
บรรพบุรุษ  โยกย้ายไปจับจองบุกเบิกพื้นที่ทำกินตามลำพัง  ในเส้นทางที่นายทุนเบิกนำไว้  ที่ราบชายป่า  ที่ราบ  ชายเขา   จึงถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมแห่งใหม่
โดยปลูกพืชผลตามความต้องการของตลาดใน ท้องถิ่นแห่งนั้น   เพื่อแปรเป็นมูลค่าไว้สำหรับแลกเปลี่ยนปัจจัยต่างๆ  ให้พอกับการดำรงชีวิตตน และ ครอบครัว พื้นที่
หนองเสือ  พุใหญ่  หุบมะซาง  เป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้านประมาณ  70  ครอบครัว  ตั้งอยู่ในเขตปกครองของตำบลไร่เก่า  และตำบลไร่ใหม่ กิ่งอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ทำกินของชาวไร่ ประกอบด้วย ไร่สับปะรด  ไร่ข้าวโพด ไร่กล้วย ไร่มะละกอ สวนฝรั่ง แปลงปลูกเผือก มะม่วง
ขนุน  ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีทางด้านทิศตะวันออก  พื้นที่ดังกล่าวชาวบ้านได้ขึ้นมาบุกเบิกทำกินภายหลังจากการสัมปทานทำไม้หมอนรถไฟ
และทำเตา   เผาถ่านตั้งแต่ พ . ศ . 2500    โดยประมาณ และเริ่มทำการเพาะปลูกผักต่างๆ  ในช่วงปี  พ . ศ . 2509  -  2516     โดยขึ้นมาจากหมู่บ้านต่าง ๆ ริมทุ่ง
สามร้อยยอดซึ่งอยู่ห่างออกไปทางด้านทิศตะวันตกประมาณ   20  กิโลเมตร ปีละประมาณ 1-2 ครั้ง ในราวปี พ . ศ . 2517 เป็นยุคที่เริ่มทำกินในพื้นที่บุกเบิกจับจอง
กันไว้   โดยการเปิดพื้นที่ป่าออกเพื่อปลูกข้าวโพด พริกและละหุ่ง ซึ่งมีลักษณะการทำกินเป็นหย่อมๆ และมีการบุกเบิก เส้นทางขึ้นมายังพื้นที่ทำไร่ในราวปี พ.ศ.2520
และเริ่มมีการปลูกสับปะรดในปี  พ . ศ . 2525     ซึ่งทำให้เกิดการขยายพื้นที่ทำกินในลักษณะโล่งเตียน    ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกี่ยวกับการออกมากินพืชไร่ของช้างใน
พื้นที่ทำกินชายป่าบริเวณ  หนองเสือ  พุใหญ่  หุบมะซาง  ชาวบ้านเคยพบเห็นเป็นช้างสีดอตัวใหญ่เพศผู้ไม่มีงา เรียกว่า “ ไอ้กวม ” พบเจอในปี พ . ศ . 2523-2524
ปีละครั้งทางด้านหนองเสือ และในปี พ . ศ . 2524   พบว่ามีช้างโขลงมากินข้าวโพด  และน้ำในพุใหญ่ครั้งเดียวแล้วหายไป และในปี พ . ศ . 2533-2534  ชาวบ้าน
ในบริเวณดังกล่าวได้ทราบข้อมูลว่ามีช้าง  70  ตัว  ออกไปด้านป่ายางยี่สิบต้น ซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือของหมู่บ้านรวมไทย  ตำบลหาดขาม  อำเภอกุยบุรี  จังหวัดประจวบ
คีรีขันธ์  และพบว่ามีช้างออกมากินพืชไร่บริเวณหนองเสือในปี  พ . ศ . 2536  จนกระทั่งในปี พ . ศ . 2544  ช้างได้ขยายพื้นที่ออกกินพืชไร่ของชาวบ้านเพิ่มขึ้นจาก
เดิมไปยังพื้นที่พุใหญ่   และหุบมะซาง   ในกรณีช้างออกมากินพืชไร่ของชาวบ้านตั้งแต่  ปี พ . ศ . 2538        ซึ่งช้างออกกินสับปะรดของชาวไร่บริเวณบ้านรวมไทย
ตำบลหาดขาม   อำเภอกุยบุรี   จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้น เป็นช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำ เหลือกิโลกรัมละ   50   สตางค์      ซึ่งไม่คุ้มกับการลงทุนที่จะจ้างแรงงานใน
การเก็บเกี่ยวผลผลิต ชาวไร่จึงทิ้งสับปะรดให้สุกคาไร่ช้างจึงเรียนรู้ที่จะกินสับปะรดอย่างสะดวก แต่เมื่อราคาสับปะรดดีขึ้นในปี พ . ศ . 2540 ราคากิโลกรัมละ 5.60
บาท  ความเสียหายจากช้างกินพืชไร่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่อชาวไร่  หลายรายทนแรงกดดันไม่ได้  จึงทำร้ายช้างจนเสียชีวิต  หน่วยงานหลายหน่วย
งานจึงเข้ามาดำเนินงานลดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ในปี พ . ศ . 2541   ภายใต้คณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( กปร .)    โครงการ
ฟื้นฟูสภาพ   ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  แต่หลายกิจกรรมดำเนินไปอย่างไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเคลื่อนย้ายหากินตามธรรมชาติของ
ช้างป่า เนื่องจากขาดข้อมูล เกี่ยวกับระบบนิเวศของช้างป่า และด่วนสรุปไปก่อนว่าช้างขาดน้ำ ขาดอาหาร  จึงออกมากินพืชไร่ ดังนั้นกิจกรรมการกองอาหาร การสร้าง
แหล่งน้ำ   การสร้างแหล่งดินโป่ง   การปลูก พืชอาหารช้างจึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการศึกษาข้อมูลระบบนิเวศของช้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ในปี พ . ศ.
2542   พบว่ามีแหล่งน้ำกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ลุ่มน้ำทั้ง 13  ลุ่มน้ำ  มีพืชอาหาร  89  ชนิด   แหล่งดินโป่ง 30 แหล่ง  จึงมีการปรึกษาหารือ  ด้วยข้อมูลจากการศึกษามา
วิเคราะห์ร่วมกัน   โดยมีข้อสรุปและแนวทางในการลดผลกระทบจากช้างกินพืชไร่ด้วยการควบคุมพฤติกรรมของช้างให้ เข้าไปเคลื่อนย้ายหากินในพื้นที่ป่าธรรมชาติ
โดยการเฝ้าระวังที่ชายป่า และการเฝ้าระวังป่าให้มีความปลอดภัยต่อการดำรงชีวิตของช้างป่า  เมื่อมีความพร้อมเพรียงในการเฝ้าระวังในฝั่งหมู่บ้านรวมไทย   ตำบล
หาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี พ . ศ . 2544 การลดผลกระทบทางด้านในจึงเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกันข้อมูลในการลดผล
กระทบดังกล่าวไม่ได้ถ่ายทอดไปยังกลุ่ม ชาวบ้านที่ทำไร่ในบริเวณหนองเสือ พุใหญ่ หุบมะซาง พื้นที่ดังกล่าวจึงไม่มีการเฝ้าระวังช้างกิน พืชไร่  ช้างจึงออกจากป่ามา
กิน พืชไร่ของชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว  ดังนั้นเพื่อให้ชุมชนเกิดแนวทางในการเฝ้าระวังช้าง ซึ่งออกมากินพืชไร่ของชาวบ้านอย่างมี ประสิทธิภาพนั้น ชาวบ้านที่ได้
รับผลกระทบจากช้างในพื้นทีหนองเสือ พุใหญ่  หุบมะซาง ตำบลไร่เก่า และตำบลไร่ใหม่ กิ่งอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวนหนึ่งจึงได้รวมตัวกัน
พูดคุยเกี่ยวกับการลดผลกระทบจากช้างออกมากินพืชไร่และพัฒนาข้อสงสัยขึ้นเสนอต่อสำนักงานสนับสนุนการวิจัยเพื่อท้องถิ่น เพื่อสร้างเวทีในการระดมค้นหาข้อมูล
และแนวทางในการลดผลกระทบจากช้างกินพืชไร่โดยชุมชน มีส่วนร่วมต่อไป

 

คำถามวิจัย

“ ทำอย่างไรช้างจึงไม่ออกมากินพืชไร่ของชาวบ้าน ”


วัตถุประสงค์
  

•  ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างและสภาพพื้นที่ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
•  วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างและสภาพพื้นที่ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
•  ศึกษาแนวทางในการลดผลกระทบจากช้างกินพืชไร่ โดยชุมชนมีส่วนร่วม
•  ใช้แนวทางจากการศึกษาในการลดผลกระทบจากช้างกินพืชไร่โดยชุมชน

ประเด็นศึกษา

•  ศึกษาความเป็นมาของชุมชนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
•  ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของช้างป่าในอุทยานแห่งชาติกุยบุรีทางด้านทิศตะวันออก
•  ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้าง
•  ศึกษาความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี
•  ศึกษาแนวทางในการลดผลกระทบจากช้างกินพืชไร่โดยชุมชนมีส่วนร่วม

พื้นที่ดำเนินงาน

พื้นที่ทำกินของชาวบ้านบริเวณหนองเสือ พุใหญ่ หุบมะซาง ตำบลไร่เก่า และตำบลไร่ใหม่ กิ่งอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ( แผนที่ประกอบ )

ระยะเวลาการดำเนินงาน

เดือน ตุลาคม 2546 ถึงเดือนพฤษภาคม 2547

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

•  ทราบข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
•  ทราบแนวทางในการลดผลกระทบจากช้างกินพืชไร่ โดยชุมชนมีส่วนร่วม
•  ชุมชนเกิดความร่วมมือกันและสามารถลดผลกระทบจากช้างกินพืชไร่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชุมชนมีส่วนร่วม