ผู้เขียน : คุณปัญญา โตกทอง
 หัวหน้าโครงการรูปแบบการจัดการน้ำในคลอง ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
   
 

กว่า 4  ปี  กับการเรียนรู้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นของทีมวิจัยชาวบ้านแพรกหนามแดง  ตั้งแต่เริ่มสนใจ เริ่มทำความเข้าใจ เริ่มเรียนรู้ปรับเปลี่ยน ลงมือ ปรับปรุง ผ่าน
รอยยิ้มและน้ำตา จากปัญหาที่สะสมมายาวนาน จากที่มีคนกล่าวว่า “ เทวดาหน้าไหนก็แก้ไม่ได้ ” สู่การคลี่คลายภายใต้กระบวนการวิจัยเพื่อท้องถิ่น ด้วยการ
ลงไปทำเวทีพูดคุยกับชาวบ้าน ให้ทั้งคนน้ำจืดและคนน้ำเค็มหันหน้ามาพูดจา เปิดใจรับฟังข้อเท็จจริงของกันและกัน จนทำให้ได้รูปแบบของการแก้ไขปัญหา ได้
แนวคิดการปรับเปลี่ยนประตูระบายน้ำซึ่งเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง  เพื่อนำเสนอต่อชาวบ้าน หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้เกิดการยอมรับของคน
ทั้งฝ่ายน้ำจืดและฝ่ายน้ำเค็ม   รวมทั้งการยอมรับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   เช่นองค์การบริหารส่วนตำบล  องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานจังหวัด สำนัก
งานโยธาธิการและผังเมือง  กรมทรัพยากรน้ำ และที่ส่งผลในระดับการแก้ไขปัญหาในภาพรวมคือกรมชลประทาน  ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ร่วมกันกับชาวบ้าน และ
พร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยของชุมชน   โดยในเบื้องต้น  รองอธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้และดำเนินการปรับปรุงประตูระบายน้ำของ
กรมชลประทานในพื้นที่เพื่อทดลองตามผลการวิจัยของชุมชน สอดคล้องกับวิถีการเรียนรู้การพึ่งพาในการจัดการน้ำของชุมชนใน 3 ระดับคือ ในระดับเกษตรกร
ชาวนาข้าวส่วนหนึ่งนำโดยคุณสมบูรณ์  แดงอรุณ ทีมวิจัยฝั่งน้ำจืดได้เรียนรู้และพยายามขยายแนวคิดในการปรับวิถีการผลิตข้าวปลอดสารพิษ และการลดการใช้
สารเคมีในการเกษตร  ในหมู่เกษตรกรฝั่งน้ำจืด  และในระดับชุมชน ได้มีการรวมตัวกันในการดูแลลำคลอง การลอกวัชพืชเพื่อให้น้ำไหลเวียนได้สะดวก ส่งผลต่อ
การระบายน้ำเหนือประตู  ส่วนในระดับนโยบายตำบลได้มีการนำข้อเสนอจากชุมชนในการลอกลำคลองให้เป็นนโยบายของตำบลแพรกหนามแดง  ซึ่งถือได้ว่าเป็น
ก้าวแรกของการเริ่มต้นสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนแพรกหนามแดง

ตำบลแพรกหนามแดงนั้นมีอาชีพที่หลากหลายในพื้นที่  และน้ำจะเป็นกำหนดอาชีพให้ตามภูมิปัญญาของแต่ละหมู่บ้าน  เช่น  หมู่ที่ 1 บ้านคลองขุดเล็ก อาชีพที่ดู
ูโดดเด่นมากที่สุดก็คือ  การทำน้ำตาลมะพร้าว   หมู่ที่  2  บ้านคลองสะพานหัน ก็เลี้ยงปลาสลิด   หมู่ที่ 3 บ้านคลองบ้านรั้ว ทำนาข้าว    หมู่ที่ 4  บ้านคลองแพรก
หนามแดง   ปลูกผัก   เลี้ยงปลาสลิด   เลี้ยงกุ้งทะเลธรรมชาติ   หมู่ที่  5  บ้านคลองขุดกำนันสมบูรณ์ เลี้ยงกุ้งทะเลธรรมชาติ  และหมู่ที่ 6 บ้านคลองผีหลอก เลี้ยง
ปลาสลิด ทำสวนผัก จะเห็นได้ว่าทุกอาชีพในตำบลแพรกหนามแดง จำเป็นต้องใช้น้ำในการผลิตบรรพบุรุษของเราได้ให้ความสำคัญต่อน้ำมากแม้แต่ชื่อของตำบล
และหมู่บ้านยังเป็นชื่อของลำคลองต่างๆ อีกด้วย

หลังจากที่ทีมงานวิจัย โครงการรูปแบบการจัดการน้ำในคลองตำบลแพรกหนามแดงมีโอกาสได้ทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น และได้แก้ไขปัญหาเรื่องของน้ำ ที่มีความ
ขัดแย้งมาเป็นเวลายาวนานลงได้ระดับหนึ่ง จากการลงไปทำเวทีชาวบ้านต่างๆ ก็พบว่าตำบลแพรกหนามแดงนั้นยังสามารถพัฒนาอาชีพต่างๆได้อีกมาก โดยจาก
การพูดคุยในเวทีของงานวิจัย   มีหลายคนได้พูดถึงอาชีพเสริมที่นอกเหนือจาการประกอบอาชีพในปัจจุบัน   เช่นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางลำคลอง  การแปรรูป
สัตว์น้ำ หากแต่ความสำเร็จนั้นจะเกิดขึ้นได้จะต้องมีหัวหอกหรือผู้นำการเปลี่ยนแปลงดั่งเช่นเมื่อเริ่มแรกทำงานวิจัยของชุมชน

หลายต่อหลายครั้งในวงสนทนาเวทีวิจัยเพื่อท้องถิ่น พี่อุมา ศิลาวงศ์หนึ่งในทีมวิจัย ได้นำเสนอว่าตำบลแพรกหนามแดงที่ประกอบไปด้วยหลายหมู่บ้าน สิ่งที่พี่อุ
มาเห็นมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษซุกซ่อนตัวเอง อยู่ในพื้นที่ของตำบลแพรกหนามแดง กลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึงบ่อยนัก คือกลุ่มช่างฝีมือ
ที่ประกอบไปด้วยหลากหลายสาขา ช่างน่าเสียดายที่ไม่มีพื้นที่   ไม่มีเวที  ไม่มีทุนให้กับคนกลุ่มนี้ได้แสดงผลงานที่ตนถนัดออกมาสู่สายตาผู้คน ภูมิปัญญา ความ
สามารถพิเศษของคนกลุ่มนี้ ทุกวันนี้ก็ทำได้เพียงออกไปรับจ้างตามความถนัดของตนเองเท่านั้น  หรืออาจพูดว่ามีงานทำก็ได้ทำ ไม่มีงานก็หยุด การต่อเนื่องของ
งานก็ไม่มี

“ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ”  สิ่งประดิษฐ์จะเกิดขึ้นด้วยความสามารถพิเศษ ด้านภูมิปัญญา ของคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้ได้หรือไม่ ถ้าได้รับการสนับสนุนสร้าง
งาน  สร้างรายได้  สร้างชื่อเสียง สร้างแหล่งศึกษาเรียนรู้ ดูงานให้แก่ผู้มีใจรักงานอิสระในสายงานศิลปะหัตถกรรมของท้องถิ่นทั่วประเทศ “ ตำบลอื่นๆ เขาก็มี
ทำกันนะ” มันน่าจะเป็นคำถามของใครหลายคน มันมีข้อจำกัดด้วยอะไรที่แพรกหนามแดง ไม่มีงานหัตถกรรมในเมื่อหมู่บ้านไหนๆ ก็มีคนกลุ่มช่าง รวมพลคนมี
ศิลป์สักครั้ง เพื่อชื่อเสียงของแพรกหนามแดง เพื่อเป็นเกียรติกับตำบลก็น่าจะทำได้

และถ้าทำได้ก็มีแต่ข้อดี    “  โครงการค้นหาผู้มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่น  ”    กลุ่มอาชีพเสริม  งานศิลปหัตถกรรมประเภทสิ่งประดิษฐ์จากไม้ตำบลแพรก
หนามแดง  โครงการที่พี่มะโหนก ( คุณอุมา ศิลาวงศ์ )  หอบหิ้วแนวความคิดมาหารือกับวงพูดคุยครั้งแล้วครั้งเล่าจนหลายคนในทีมเริ่มสนใจ ทำความเข้าใจ
คล้ายกับว่างานวิจัยที่ท้าทายอีกชิ้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นที่นี่

วันนี้จากงานวิจัยรูปแบบการรจัดการน้ำ ฯ  ของชุมชนแพรกหนามแดง   ทำให้นักวิจัยที่มีความสามารถพิเศษมารวมกลุ่มกันทำงานศิลปหัตถกรรมประเภทสิ่ง
ประดิษฐ์จากไม้ โดยมีพี่อุมาเป็นหัวหอก นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ตำบล จากการพูดคุยในช่วงเวทีท้ายๆ ของโครงการก็พบว่ามีอยู่หลายคนในทีมงาน ที่มีความ
เข้าในในกระบวนการของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นว่า      ถ้าเราเอากระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมมาพัฒนาอาชีพหลักก็จะสามารถพัฒนาอาชีพของเราต่อไปได้
พี่บุญชอบ  พ่วงสำราญ ทีมวิจัยฝั่งน้ำจืดกล่าวย้ำให้เห็นรูปธรรมชัดขึ้นว่า “ ในรอบหนึ่งปีที่เราเลี้ยงปลาสลิดนั้นเราได้เลี้ยงกันตามมีตามเกิด ตัวใครตัวมัน แต่
ถ้าเรามาเปิดเวทีตามริมขอบบ่อปลา หมุนเวียนกันไปตามบ่อปลาในหมู่บ้านให้ครบ 1 ปี  ของการเลี้ยง    ถึงเวลาแล้วเราจะต้องมาศึกษาเรียนรู้ ดูบ่อพี่ ดูบ่อน้อง
ดูบ่อเพื่อน  และของเพื่อน  แล้วมาแก้ปัญหาร่วมกับมาพัฒนาการเลี้ยงปลาสลิดรวมกัน  สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคนเลี้ยงปลาสลิด สู่การปรับ
ปรุงและพัฒนาคุณภาพร่วมกัน ”

แม้ว่างานวิจัยจะ  “ สร้างสรรค์ปัญญา ”  เพื่อให้ชาวบ้าน  “ ร่วมพัฒนาท้องถิ่น ” แต่สิ่งที่ยังคงต้องขบคิดและหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่สรุปจากการลงไปทำ
เวทีชาวบ้านในหมู่บ้านต่างๆ ร่วมกันคือ  ทีมวิจัยได้พบว่าปัญหาต่างๆ ในตำบลแพรกหนามแดงนั้นจะยังมีอยู่อีกมากมาย และนับวันปัญหามันก็จะแตกลูกแตก
หลานเพิ่มขึ้นไปเรื่อย  ส่วนหนึ่งเพราะผู้นำท้องถิ่น  ข้าราชการและชาวบ้านไม่มองปัญหาแบบเป็นองค์รวม ไม่ใช้เครื่องมือหรือองค์ความรู้แบบมีส่วนร่วมและ
ไม่เปิดใจ ส่วนใหญ่ก็จะหวังแต่ประโยชน์ส่วนตัว   ดังเช่น การพัฒนาตำบลแพรกหนามแดงที่ผ่านมาข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นมีความมุ่งมั่น  และตั้งใจที่จะ
ทำงานให้ตำบลแพรกหนามแดง มีความเจริญและก้าวหน้าไปทุกๆ ด้าน   เพื่อที่จะให้ชาวบ้านทุกคนได้อยู่ดี กินดี มีความสุข ผู้นำท้องถิ่นหลายคนต้องทำงาน
หนัก เพื่อที่จะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ตำบลและหมู่บ้าน

แต่ที่ผ่านมาข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นมีความหวังดีและตั้งใจแต่ไม่เข้าใจ  เพราะว่าเวลาจะคิดอะไร จะทำอะไรส่วนใหญ่ก็จะคิดกันอยู่เพียงไม่กี่คนและส่วน
ใหญ่ก็จะเป็นคนหน้าเดิมๆ ที่ใกล้ชิดผู้นำ  ทำให้ชาวบ้านยังขาดกระบวนการเรียนรู้แบบการมีส่วนร่วม  ประกอบกับชาวบ้านเองก็จะไม่ยอมที่จะออกมาเรียนรู้
กลัวจะเสียเวลาไม่ได้อะไร แล้วก็มักจะพูดว่า  “ ประชุมไปก็ไม่เห็นจะได้อะไร ”  เป็นความเคยชิน ผู้นำท้องถิ่นและราชการส่วนใหญ่ก็มักจะใจร้อนอยาก
ทำงานนั้นๆ ให้สำเร็จไวๆ เมื่อมีงบประมาณมา ส่วนผลของงานจะออกมาเป็นอย่างไรไม่รู้ เมื่อไม่ประสบความสำเร็จก็มักจะพูดว่าชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือ
สุดท้ายก็จะโทษกันไปโทษกันมา อันนี้ก็คือปัญหาหนึ่งแต่ถ้าตำบลแพรกหนามแดงมีผู้นำที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงแพรกหนามแดง ก็จะต้องมาใช้การมีส่วนร่วม
จริงๆ แบบ สกว.

ในเวทีสนทนาของทีมวิจัยเกี่ยวกับข้อเสนอการทำงานต่อร่วมกับ สกว. สำนักงานภาคในอนาคตนั้น ทีมวิจัยเห็นด้วยอย่างยิ่งกับอาจารย์ปิยวัติ บุญ-หลง กับการ
“ หยั่งรากให้ลึก ”  เพราะทุกวันนี้ศูนย์ประสานงานแม่กลองมีงานมาก และคนน้อยทางทีมงานวิจัยอยากจะให้ทางสกว.  เน้นการมากระตุ้นในพื้นที่ที่มีงาน
วิจัยอยู่แล้ว  จะไม่เหนื่อยมากเนื่องจากจะมีทีมวิจัยเดิมเป็นผู้ช่วย  อย่างเช่น  ที่แพรกหนามแดง อยากจะให้ต่อยอดงานวิจัยที่สอดคล้องเกี่ยวข้องกับตัวของชาว
บ้านเองโดยกระตุ้นให้เขาอยากทำ เช่น เรื่องของอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการทำนา การเลี้ยงปลา การเลี้ยงกุ้ง การทำสวนผักให้ชาวบ้านเขามีเวทีทางความคิด
วิจัยพัฒนาอาชีพของตัวเขาเอง จนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน คิดเป็นแก้ปัญหาเป็นระบบ เมื่อชาวบ้านมีเวทีจะทำให้เกิดความรู้ความร่วมมือของคนในตำบลพัฒนา
อาชีพของตัวเองได้เช่น  คนเลี้ยงปลาสลิด  ก็วิจัยศึกษาในเรื่องของปลาสลิด  คนเลี้ยงกุ้งก็ศึกษาวิจัยเรื่องของการเลี้ยงกุ้ง  คนทำนาข้าวก็ศึกษาวิจัยให้ลดต้นทุน
การผลิตเพื่อเพิ่มรายได้จากผลผลิต   เมื่อความรู้ถูกถ่ายทอดเชื่อมโยงกัน   การพัฒนาแบบเป็นองค์รวมหรือการพัฒนาแบบบูรณาการในพื้นที่ตำบลแพรกหนาม
แดงก็จะเกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดการขยายผลพื้นที่วิจัยอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับความเป็นจริงในวิถีของชุมชน และสังคมในปัจจุบัน

 
 
   
 
คุณสามารถ ดาวน์โหลดเอกสารที่เป็นไฟล์ microsoft word โดยคลิ๊กที่ไอคอนด้านข้างนี้