19 พฤษภาคม 2549 พระอาทิตย์ยังคงขึ้นในทิศทางเดิม เพียงแต่เปลี่ยนองศา การขับเคลื่อนที่ต้องให้เหมาะสมกับฤดูกาล ปลายร้อน ก่อนฝนมาเยือน
ฝนแรกของฤดูกาล พร่างพรำลงมาอย่างไม่ขาดสาย ท้าทาย เอาเถิด กับอาการหนาวไข้ ปวดตามกล้ามเนื้อ หากผู้ใดไม่ระวังตัวเองดีพอที่จะหลงระเริง
ชื่นชม สัมผัสกับฝนแรกแห่งฤดูกาลของพระพิรุณเจ้า หยาดฝนเม็ดเล็กร่วงโรยโปรยปรายลงสู่พื้นดิน เบาบ้าง ดังบ้าง แม้บางเม็ดไม่มีเสียงก็ยังคงทำ
หน้าที่หลอมรวมเป็นสายเล็ก ๆ กัดเซาะตะกอนดิน โคลนตม ตามเส้นทางการลื่นไหลแห่งกระแสความแรงของเครือข่ายตัวเอง ไปตามลำประโดง คูคลอง
ร่องน้อยใหญ่ ท้ายสุดส่งผลให้น้ำแม่กลองเปลี่ยนสีเป็นโคลนตม ตามพลังของหยาดละอองเม็ดเล็ก ๆ ที่รวมกันเป็นเครือข่ายเพื่อความเปลี่ยนแปลงในอันที่
จะเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย
ครั้นสิ้นกระแสพายุแห่งฤดูกาล สายธารห้วงน้ำตอนล่างของลุ่มน้ำแม่กลองก็สดใส ส่งประกายพร้อมจะให้ตักตวงความต้องการของมวลมนุษย์ต่อไป ไม่เว้น
แม้แอ่งน้ำเล็ก ๆ ที่สีขุ่นมัวด้วยโคลนตม ค่อย ๆ ตกตะกอนตัวเองจนเห็นเงาแห่งความตื้นลึกหนาบางชัดเจนขึ้น สองปีครึ่งกว่า ๆ ที่ต้องอยู่ในกระแสธารงาน
วิจัยเพื่อท้องถิ่น ได้บทเรียนและประสบการณ์อะไรบ้าง คำถามนี้เกิดขึ้นจากคนรอบข้างมากมายไหลประเดประดัง ถาโถมกระหน่ำ หลากช่วงเวลาในการพบ
ปะพูดคุย สนทนา ทั้งในและนอกเวที เวลาตอบก็ต้องตอบไปตามหลักเกณฑ์และธรรมเนียมปฏิบัติในการรักษาหน้าของทีมและตัวเอง เหมือนเป็นผู้ทรงไว้ซึ่ง
ความรู้และผ่านสนามแห่งการเรียนรู้มาเนิ่นนานพอสมควร โดยเฉพาะหน้ากากหัวหน้าทีมวิจัย ที่ได้บดบังใบหน้าที่แท้จริงของตัวเองเอาไว้ มาวันนี้ ณ เวลา
ที่นั่งยอง ๆ อยู่บนขอบแอ่งน้ำเล็ก ๆ ข้างร่องสวนของแม่ยายผู้มีพระคุณของข้าพเจ้า มองดูเงาของตัวเองในน้ำ ใบหน้าที่หล่อสู้เพื่อนไม่ได้ และยังทรงไว้ซึ่ง
ความขี้เหล่ มาจนถึงอายุ 49 ปี มองดูภาพตัวเอง แววตาคู่นั้นมันถามตัวเองว่า เฮ้ย .. ผมถามคุณจริง ๆ เถอะ ( แกล้งทำเป็นคนสุภาพ ) สมพร 2 ปีครึ่งกว่า ๆ
ที่ผ่านมา นายได้อะไรบ้างจากการทำวิจัยเพื่อท้องถิ่น ถึงคราวที่จะต้องตอบตัวเอง มันเป็นเรื่องยาก เพราะต้องค้นลึก ๆ ถึงจะได้คำตอบอันแท้จริง แต่อะไรที่
โกหก แม้เพียงตื้น ๆ ก็จะรู้ได้ทันทีและฉับไวเสียด้วยในการจับผิดตัวเอง มันเป็นเรื่องยากแต่ต้องลองดูในการค้นหาความจริงให้แก่ตัวเอง
ชาวโลกยังต้องการสีสันความบรรเจิด จรรโลงประเทืองอารมณ์ ต้องการสัมผัส สุนทรียะ สร้างสรรค์โลกแห่งการเรียนรู้ ผ่านการประดับตกแต่งความงามที่
ไม่ใช้เนื้อหาโดยแท้มากนักในคนส่วนใหญ่ ยืนยันได้ว่าความคิดเหล่านี้เกิดจากการได้ทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ได้รับความรู้ว่า ไม่ควรขึ้นประเด็นเนื้อหาตรง ๆ
กับคนบางหมู่ ควรพูดคุยในเรื่องที่เขาสนใจก่อน แล้วไปสู่การเรียนรู้ที่มีประโยชน์ ไม่ควรตั้งวงล้อมของผู้กระหายการเรียนรู้กับชุมชน เพราะเมื่อใดที่ชุมชน
รู้สึกว่าต้องตกอยู่ในวงล้อมของห่ากระสุนแห่งการเรียนรู้ กลไกปกป้องตัวเองตามธรรมชาติจะเกิดขึ้นกับชุมชนทันที และเมื่อนั้นแล ผู้ตั้งใจดีแต่ประสงค์ร้าย
เจ้าเอ๋ย เจ้าก็จะโดนกับดักข้อมูลของชุมชนที่ตัวเองวางไว้โดยไม่รู้ตัว ผู้มีกำลังแบตเตอร์รี่ที่เท่ากัน ใช้สัญญาณในระบบเดียวกัน หากเป็นที่พอจะรับสัญญาณ
ทางความรู้สึกกันได้อยู่บ้าง ก็เชิญหาความสำราญจากอักษรสีสันของการเรียนรู้บทเรียนและประสบการณ์ส่วนหนึ่งของคนที่ว่ายแหวกอยู่ในสายธารงานวิจัย
เพื่อท้องถิ่นคนนี้ ว่าจะขึ้นฝั่งได้หรือไม่ ในการล้อเล่นกับความคิดของตัวเอง
คนที่เป็นปัจเจก โดยเฉพาะคนที่ถูกเอาปูนหมายหัวว่าเป็นศิลปิน มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง อันเกิดจากความพิศดารในการสร้างเสก เช่นเสกเศษกระดาษให้
เป็นตังค์ โดยการคิดขีดเขียนสีเส้น เอากะลามาทำให้คนคลั่งไคล้ ไหลหลง อยากเป็นเจ้าของ หยิบปากกามาขุดคุ้ยเขี่ย ขีดเขียนให้คนละเมอเพ้อพก ติดตาม
ตัวอักษรว่าจะจับต้นชนปลายอย่างไร มีคนมานอบน้อมขอเรียนวิชาอยู่เป็นอักโข วันหนึ่งได้มาหยุดยืนอยู่บนหน้าผาแห่งการเบื่อหน่ายสีสันมายาของผู้คน
เหลือบมองเห็นกระแสธารแห่งการวิจัยชุมชน ลื่นไหล ถาโถม ท้าทาย เชิญชวนให้ลงไปแหวกว่าย ทดลองกำลังแลวิชาอาคมที่ได้เคยร่ำเรียนรู้รูปแบบของ
คนมาตลอดชีวิต
ขอได้โปรดเถิด ไม่ง่ายดังคิด เวทย์มนตร์แห่งการเรียนรู้ร่วมกันไม่ได้ผลเป็นแน่ หากไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ที่ชุมชนมีการขัดแย้งโดยตลอดเนื่องจากยุคสมัย
ที่เปลี่ยนไป ความคิด ความรู้ ความเชื่อ และเหตุผลก็เปลี่ยนไป ความรักใคร่ปรองดองกลายเป็นความหมางเมิน งานวิจัยทำให้คนเข้าใจคำว่า ความขัดแย้ง
เป็นที่มาของการสร้างสรรค์ เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะนำมากองแล้วกรอง เพื่อตัดสินใจร่วมกันในอนาคต เหมือนกับที่ชุมชนของเราได้รับโอกาส ซึ่ง
เป็นที่มาของโครงการศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ของคนในชุมชนตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
การที่คนไม่มีเวลาพูดคุยกัน เป็นระเบิดเวลาที่รอการจุดชนวนไปสู่การขัดแย้งแต่พอคนเริ่มมาคุยกันพบว่า การเรียนรู้และโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกันก็เกิดผลร้าย
ต่อชุมชนได้ คนที่มีข้อมูลน้อยมักใช้ความรู้สึกทุ่มเทมายังเวที เป็นเรื่องต้องเรียนรู้เพื่อสร้างความปรองดองที่ต้องใช้ศิลปะชั้นสูงของแต่ละชุมชน และไม่
สามารถอาจหาญใช้รูปแบบเดียวกันได้อย่างแน่นอน ต้องลองลงมือทำดู ความทรงจำบางอย่างอยากโยนทิ้งไปให้ไกลสุดขอบฟ้า แต่มีความทรงจำบางอย่าง
อยากเก็บมันไว้ตราบนานเท่านาน แนบไว้กับอก สัมผัสครั้งใดก็มีแต่ความเย้ายวน หวานชื่น แบบเผลอยิ้มให้คนอื่นเห็นอยู่บ่อย ๆ แท้จริงแล้วงานวิจัยเพื่อ
ท้องถิ่นสอนให้เราอย่าหมางเมินกับความล้มเหลว จงเก็บเอามาพินิจ หาความผิดพลาด ต้นเหตุแห่งการไม่ประสบความสำเร็จ ติดตามเรียนรู้ความผิดพลาด
ที่แท้จริง มันมีคุณค่ามากกว่าความสำเร็จเสียอีก เพราะมันเป็นเกราะป้องกันความผิดพลาดในคราวต่อไปได้เป็นอย่างดี ยิ่งยวด
ไม้ไผ่ลำเดียว สู้ไม้ไผ่หลายลำรวมกันไม่ได้ ทางมะพร้าวก้านเดียวจะทำความสะอาดได้อย่างไร ต้องรวมกันเป็นกำจึงจะปัดกวาดได้สำเร็จ โอ .. ช่างเป็นคำที่
ยิ่งใหญ่อะไรปานนั้น เป็นข้อเสนอที่วิเศษสูงสุด ดุจหลุดเลื่อนลอยมาจากแดนฟ้า ฟากสวรรค์ก็มิปาน พอเอาเข้าจริง คนหมู่มากเรื่องมันมากมิใช่เล่น เคย
คนเดียวก็เก่งได้ บัดนี้ กูจะเอาอย่างนี้ มึงจะเอาอย่างนั้น เรียนรู้ร่วมกัน สร้างพลังทางสังคม ต้องทำอย่างไร มันจริงไหม หรือดีแต่โม้เพื่อบันทึกอักษรให้ผู้คน
ได้หลงไหลได้ปลื้ม การฟื้นฟูความสัมพันธ์ชุมชน การสร้างสำนึกรักท้องถิ่นต้องดำน้ำมุดดินกันไปหาที่ไหนกันล่ะ เราควรพัฒนาชุมชนให้เป็นสังคมของการ
เรียนรู้ เป็นเรื่องของคนไม่รู้จริง เถียงกับคนไม่รู้จริง คนที่รู้จริงจะต้องทำอย่างไร คนที่ไม่กล้าไปข้างหน้าจะต้องอยู่หลังคนอื่นจริงหรือ แล้วคนที่หยุดยืนอยู่
กับที่หมายความว่าอย่างไร Node เป็นตัวช่วยที่ดี สอนให้แก้ปัญหาและสู้ปัญหา เวลาและความพยายามตั้งใจจริงทำให้ทุกอย่างลงตัวได้ อย่าจด ๆ จ้อง ๆ
รีบลงมือทำ ไม่มีสูตรสำเร็จ พอเข้าใจบ้างไหม การกระตุ้นให้มีความคิด มีวิธีคิด และคิดแบบสร้างสรรค์ไปสู่การแก้ปัญหาน่ะ
ไม่ฆ่าความคิดใคร ฟังความคิดเห็นของคนอื่น แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก ไม่มีใครฉลาดตลอดเวลา ในตำราคือความรู้ นอกตำราคือความจริง เรียนรู้จิตใจ
ตัวเอง ชีวิตยังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว ยังมีวันพรุ่งนี้อีก ข่มใจและทนได้ ขอให้เป็นเรื่องให้โอกาสซึ่งกันและกัน กล้าที่จะเผชิญปัญหา สร้างความสัมพันธ์
มีมิตรภาพ มาแล้วปรึกษาหารือกัน เราจะพบวิธีแก้ปัญหาในความแตกต่าง อย่าเพิ่งเกรี้ยวกราด โกรธเคือง มาช่วยกันวิจารณ์เพื่อหาข้อยุติ ลำบากแล้วมันจะ
คิด ถ้าอยู่สบายมันจะเฉยเมย เราไม่ได้เถียงกัน แต่เรากำลังช่วยกันแก้ปัญหา เมื่อเกิดปัญหาคนจะเริ่มใช้ความคิด แม่ไม่สบายมาก มาเยี่ยมแม่ไม่ได้หรอก
เพราะกลัวเถ้าแก่จะเจ๊ง นำไปสู่ความรู้ใหม่ ความคลี่คลายในสังคม เชื่อไหมว่า โลกเรามีหลายใบ คนเก่งแพ้คนอึด ทำงานให้เจอปัญหา ปรับตามปัญหา
ทางออกของปัญหายังมีอยู่ วันนี้อาจหลงลืมไปบ้าง คิดยังไม่ออก ไม่เป็นไร สักวันหนึ่งหากมีความพยายามพอเหมาะกับเหตุผล ทางออกจะปรากฎในไม่ช้านี้
เสนอในสิ่งที่ปฏิบัติได ้ และทุกคนมีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนทั้งความคิดและความรู้สึก ทำปัญหาให้เป็นปัญญา มีความปรีชา เรียนรู้ไป สร้างปัญญาร่วมกัน
เป็นเครื่องมือปรับโครงสร้างทางปัญญาของชุมชน มองเห็นนความเหมือนในความแตกต่าง การวางแผนในการทำงานเป็น การเข้าใจคนอื่น การทำงานกับ
คนอื่นได้ คิดเป็นระบบ ความรู้ไม่มีขา ปัญญาพาเดินได้ นำไปสู่การตัดสินใจร่วมกัน สิ่งที่เราหลบมันไม่ได้ สู้ยอมรับมันเสียดีกว่า ไม่ผิดหวังบ้าง จะปลื้ม
กับชัยชนะอย่างไร งานวิจัยคือการทดลองที่ล้มเหลว จนได้ผลที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งช่วงเวลานั้น ต้องใจเย็นที่จะรอ สู้กับโลกที่เปลี่ยนแปลง เท่าทันโลกที่อยาก
พัฒนาจนไม่ลืมหูลืมตา มีชีวิตเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น เพื่อชีวิตของคนที่ต้องการโอกาส เคารพในความหลากหลายของประเพณี ทำอย่างไรให้เห็นปัญหาร่วมกัน
คนที่ทำตัวเป็นเป้าย่อมมีศัตรูมากที่สุด ทุกคนมีความสามารถ ความสามารถแต่ละคนมีแตกต่างกัน แผนงานเป็นส่วนประกอบ การปฏิบัติเป็นเรื่องขยายผล
และวัดผล อย่าเอาจุดอ่อนของคนมาถกกันในเวที อย่ารักตัวเองและเพื่อนพ้อง ควรรักและเข้าใจคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรา ข้อมูลเปลี่ยนทุกขณะ ไม่เป็นปัจจุบัน
อย่าหลงนึกว่าเท่าทันเหตุการณ์ คำขอโทษและคำให้อภัยต้องมาจากใจ ทั้งหลาย ทั้งมวล บางส่วนที่เปิดกรุมานี้ เขาเรียกว่าบทเรียนหรือประสบการณ์ หรือ
เปล่าไม่รู้ได้ เพราะคนที่ให้ค่าในการเรียนรู้รับรู้ต่างกัน แต่ที่ว่ามานี้ได้จากเพื่อนร่วมโครงการรุ่นพี่ในเวทีแลกเปลี่ยนต่างๆ พร้อมทั้ง Node ในเส้นทางที่ย่ำ
มาตลอด 2 ปีครึ่งกว่า ถ้าไม่จดบันทึกคงลืมไปหมดแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาเอาเข้าจริง ๆ อาจไม่ได้เอาออกมาใช้เลย เพราะอาจไม่เหมาะกับกาละ และข้อจำกัด
หรือบางทีต้องใช้ยาบำรุงเพื่อเสริมพลังการทำงานของทีม ที่ Node แม่กลองมียาชูกำลังสกัดสูตรพิเศษเฉพาะพื้นที่ ใช้สายพันธุ์ที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม
มีชื่อว่า พลั่ก โตซิ พลั่ก เป็นรางวัลสำหรับทีมที่เหมาะแก่การได้รับรางวัลแห่งรอบเดือนที่มาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนกัน ทั้งหมดนี้เป็นฐาน เป็นภูมิแห่ง
การหาหนทางทำงานที่ต้องเผชิญในเบื้องหน้า เพื่อสู่กระแสการเปลี่ยนแปลง
ลองมาช่วยกันคิดกันหน่อยว่า สิ่งละอันพันพิลึกต่อไปนี้ใช่บทเรียนและประสบการณ์ของการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นหรือไม่ นักวิจัยเป็นคนซอกแทรก อยากรู้
อยากเห็น โน่น นี่ นั่น เรื่อยไป วันหนึ่งพบการขีดเขียนพยากรณ์อยู่ในตู้พระธรรมของวัดบางพลับ ท่านว่า ถึงยุคคชสารสวมเขา ข้าเก่าหาเบี้ย เหี้ยได้ยศ
กฎล้มเหลว คนเลวได้ช่อง แซ่ซร้องหมู่โจร หัวโขนกาฝาก หน้ากากผู้ดี อัปรีย์วัฒนธรรม คนระยำครองเมือง รุ่งเรืองอวิชชา เล่ห์มายานักการเมือง ต่อไปอีก
ยาว อ่านแล้วชวนให้คิดไปอีกไกลโข มันตรงทางเลยคิดไปเองว่า ตัวเองน่าจะได้อะไรบ้างจากการเป็นนักวิจัย เป็นคนชอบชักว่าวมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก มี
คำกลอนแว่วมาอยู่ในใจแต่นาน ลองอ่านดู
ลมระทึก นึกสนุก กระตุกว่าว
ลมไม่เป่า ว่าวไม่ขึ้น เริ่มมึนหัว
พอลมเป่า ว่าวขึ้น ชักลืมตัว
สองมือรัว ตัวหวิววิ่น แทบสิ้นใจ
คนเราไม่สมปรารถนาก็อึดอัด เหมือนคนจนในโอกาส พอได้ทีก็บริโภคโอกาสไม่บันยะบันยัง เหมือนฟุ้งเฟ้อ ไม่มีความพอดี ตอนนี้ 49 ปีแล้ว ก็ยังชอบชักว่าว
เป็นเนืองนิจ ถ้ามีลมเมื่อไรเป็นไม่พลาด ว่ากันว่า รอโอกาสอย่างตั้งใจเชียวแหละ เมื่อทำงานวิจัยแล้ว พบว่ามีสิ่งที่น่าสนใจในเรื่องชักว่าวดังนี้ :-
เป้าหมาย = ว่าวล่องลอยสู้ลมอยู่ในอากาศ ได้ข้อมูลที่แปลกใหม่ ทั้งดิบและที่กรองแล้วสร้างความสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าในสังคมใหม่ ถ้ามีโอกาส
เครื่องมือ = ความรู้ในการทำว่าวและความรู้ในเรื่องฤดูกาลและทิศทางของกระแสลม
ความพร้อม = เชือกต้องไม่ยุ่ง จัดเก็บเป็นระเบียบ น้ำหนักเบาพอดี มีคุณสมบัติเหนียว ไม่เป็นการรบกวนความรู้สึกของคนอื่นและครอบครัว
ทุน = ความยาวของเชือก ความรู้และประสบการณ์ที่ผ่านมา
โอกาส = ลมที่พัดมาได้ความแรงพอเหมาะ ลมที่เบาไปว่าวจะไม่ขึ้น ลมแรงเกินไปว่าวจะเสียการทรงตัว อาจขาดหรือถลาไปติดต้นไม้ หรือพาดผ่านกระแสไฟ
แรงสูง มีอันให้ถึงแก่ชีวิตได้
อะไรเอ่ย
.... ยิ่งซ่อนมันยิ่งโผล่ออกมา สันดานยังไงล่ะครับ ปล่อยมันออกมาให้กับคนที่เข้าใจ เห็นใจ และคุ้นเคยกัน จะคุ้นเคยกันได้จะต้องพบปะ พูดคุย มีเวที
แลกเปลี่ยน ปรับทุกข์ เล่าสุข ซึ่งกันและกัน บ่อย ๆ บ่อยแล้วบ่อยอีก ไม่นานทุกเรื่องทุกรูปแบบก็จะยอมรับกันได้ ให้อภัย ให้โอกาสตลอดไป แม้ตายไปแล้วมาเกิด
ใหม่ก็ยังมีให้ต่อไป มิรู้จบสิ้น อันนี้เป็นหัวใจของการทำงาน ต้องไปให้ถึง ถ้ายังไม่ถึงต้องพยายามต่อไป แม้หมดเวลาไปแล้วในชาตินี้ก็ต้องตั้งต้นในชาติหน้า
ต้องเชื่อมั่นว่าโอกาสยังมี เหนื่อยแล้วทรุดตัวลง คุกเข่ายอมย่อท้อได้ แต่อย่าถอยจากจุดเดิม เรียกพลังกลับมาใหม่ แม้รู้ว่ามันไม่มีเหลืออีกแล้ว การรอคอยทำให้มี
พลังอีกครั้ง ชาร์จแบตเตอร์รี่เต็มแล้ว เดินเครื่องเต็มตัว ใช้การสนทนาแบบสุนทรีย์ให้มาก ตั้งใจให้ได้แม้ฝืนกับสันดานดิบของเรา พลาดแล้วตั้งต้นใหม่ได้ อย่า
สูญเสียการสนทนาที่สำคัญ ถามตัวเองบ่อยๆ ว่า ค่าความเชื่อมั่นต่ำหรือสูงจากสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว นับถือตัวเอง มีความรู้สึกที่ดีต่อตัวเอง อย่ามีความนับถือตัวเอง
ที่ต่ำ สำคัญที่สุด อย่าติดกับดักตัวเองในการประเมินตัวเองอย่างคลาดเคลื่อน ไม่น่าให้อภัยแก่การโกหกตัวเอง
ในโอกาสอันใกล้นี้ พระอาทิตย์ต้องมีอันตกลงจากขาขึ้นในยามเช้า เหมือนพาเอาความสงบร่มเย็นแห่งค่ำคืนมาเยี่ยมเยียน แสงนวลจ้าจากจันทร์เจ้า จะกล่อมเกลา
โลกมนุษย์ ล้อหลอก หยอกเย้า ยียวน ชวนฝันให้หลงไหล ได้ปลื้ม ลืมเกือบแม้กระทั่วตัวเอง และลมหายใจที่เคียงคู่มากับอายุกาลโดยตลอด อีกแง่มุมหนึ่งของ
ความเป็นโลก ก็จะมองเห็นความงามที่ซ่อนเร้นอย่างน่าหวาดหวั่นของจันทร์เจ้า เคยสังเกตไหม บางค่ำคืน เขาซุ่มซ่อนตัว แอบแฝงมองดูพฤติกรรมของชาวโลก
แบบเก็บข้อมูลอยู่ในความมืด หลับตาพักผ่อนลงสักครู่ ไม่นานนักพระอาทิตย์ก็จะทอแสงในยามเช้าอีกครั้ง เพื่อให้ชาวโลกได้มองเห็นหนทางที่ตัวเองควรจะเดิน
ประเทศของเราคงได้เห็นก่อนอีกหลายประเทศ เนื่องจากได้เปรียบเรื่องที่ตั้ง จริงหรือเปล่า ..... หยาดฝนแห่งฤดูกาลยังคงพรั่งพรูต่อไป หลายหยาดหยดได้หล่อ
หลอม ผลักดัน แสดงพลังในตัวของมันเองอย่างเป็นรูปธรรม มีหลายหยดหยาดยังคงติดค้างอยู่ตามยอดไม้ใบหญ้า รอเวลาแห่งการตัดสินใจอยู่คนละฟากฟ้า
ถึงแม้ฤดูกาลแห่งความชุ่มฉ่ำจำต้องจากไป แต่ก็ยังคงหวนคืนกลับมาอีกในรอบปี มากบ้าง น้อยบ้าง ตามภาวะผันผวนแห่งจักรวาล บางครั้งพระพิรุณเจ้าจำต้อง
สำแดงหน้าที่ ทวงถาม ท้าทาย บอกกล่าวเอาคืนจากชาวโลกที่พยายามตักตวงบางอย่างไปจากธรรมชาติ ทั้งกระซิบและคำรามแก่ชาวโลกว่า ธรรมชาติยังมีพลัง
ในตัวเองอีกมากที่จะโต้ตอบ หากแม้นพวกเจ้ารุกรานธรรมชาติมากจนเกินพอ ไม่เห็นสะพานอย่าเพิ่งข้าม ต้องเป็นสะพานที่ช่วยกันสร้าง การมีส่วนร่วมแม้ผิด
พลาดก็จะมีคนช่วยกันซ่อมสะพาน ช่วยกันพยุงจนกว่าจะข้ามไปได้ในเบื้องหน้า การเปลี่ยนทุนทางสังคมของชุมชนเป็นเงินทอง คนส่วนน้อยเท่านั้นที่จะได้รับ
ประโยชน์ อย่าเห็นภูมิปัญญาเป็นมูลค่า เพราะจะทำให้อีกหลายคนไม่มีโอกาสพบคุณค่าความงามแห่งจิตวิญญาณของชุมชน ในเบื้องลึกของหัวใจ แม้นมิฉุกใจ
คิดก็จงตั้งรับ เกียรติยศ รางวัล ความงามแห่งการพัฒนาแบบน่าใจหายเถิด การหลงเสพการเรียนรู้ แม้มากเกินไป จักอึดอัด ขัดข้อง แน่นในอก ขอความพอดี
จงมีแก่ท่านทั้งหลาย เผื่อว่าตอนถ่าย เทไปใช้ จักได้โดยสะดวกดาย ไม่ท้องอืด ฝืดผูก ยามปลดปล่อย สาธยายน้ำลายยืด เล่นเอาหืดขึ้นคอ มาราว 5 หน้ากระดาษ
A4 กว่า ๆ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แล
.. |