หลายต่อหลายครั้งในเวทีที่มีการพูดคุยถึงกระบวนการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน มักมีหลายต่อหลายคนพยายามอธิบายและให้ความหมายที่แตกต่างระหว่าง
งานวิจัยและพัฒนา บ้างก็ว่าต้องวิจัยก่อนแล้วค่อยต่อยอดด้วยงานพัฒนา แต่บ้างก็ว่าต้องเคลื่อนงานพัฒนาเพื่อหาประเด็นในการวิจัย แค่สองประเด็นนี้ก็ทำให้ผม
เกิดคำถามมากมาย เกิดฉันทะที่จะลองหาคำตอบว่า แล้วชุมชนที่ใช้ทั้งงานวิจัยและงานพัฒนาไปพร้อม ๆกันล่ะ จะเป็นอย่างไร"
จนกระทั้งผมได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมเยียนทีมวิจัยชุมชนบ้านหนองอ้ออีกครั้ง หลังจากที่มีโอกาสลงไปร่วมเรียนรู้กับทีมชาวบ้านเมื่อร่วมปีกว่า ภาพของนักวิจัยและ
คณะกรรมการกลุ่มสัจจะฯที่สนุกสนานเฮฮา ผลัดกันเล่าผลัดกันถาม ผลัดกันส่งผ่านเรื่องราวความภาคภูมิใจจากการสร้างพลังของชุมชนด้วยกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ ผสานกับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เป็นจังหวะก้าวที่สอดรับประสานกัน ดั่งวงมโหรีที่บรรเลงบทเพลงด้วยเครื่องดนตรีอันหลากหลาย จังหวะรับส่งของดนตรี ก็เหมือน
จังหวะเวลาที่กระบวนการทั้งสองเกาะเกี่ยว หนุนเสริมสร้างปรากฏการณ์ความร่วมมือ ในการเปลี่ยนแปลงวิถี วิธีคิด เร่งเร้าวิจารณญาน ในการทบทวนและค้นหา
ตัวเอง สู่การสร้างความแข็งแรงให้ชุมชนร่วมกัน
ท่ามกลางกระแสของการบริโภคนิยม การผลิตเพื่อตอบสนองทุน และการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง บ้านหนองอ้อ ชุมชนเล็ก ๆ ในตำบลบ้านสิงห์
อ.โพธาราม จ.ราชบุรี กลับมีกลุ่มคนที่พยายามรวมกันสร้างพลังชุมชนด้วยแนวคิดของกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์เพื่อพัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิต ภาพชาวบ้าน
๘๐๐ กว่าคนมาพบปะพูดคุย เจอะเจอกันทุกเย็นวันที่ ๖ ของเดือน คงไม่ใช่ภาพที่ชินตาในสังคมปัจจุบันเท่าไรนัก
เมื่อ ก่อนปี ๒๕๔๕ ชุมชนบ้านหนองอ้อ ตกอยู่ภายใต้กระแสการบริโภคนิยมเช่นเดียวกับชุมชนอื่น ๆ ก่อให้เกิดภาวะหนี้สินซ้ำซ้อนในชุมชน พวก หมวกกันน็อค
หรือคนที่เก็บเงินกู้รายวันวิ่งผ่านเข้าออกในชุมชนรอบแล้ว รอบเล่าทำให้คนกลุ่มหนึ่งนำโดยอาจารย์สง่า ซาเสียง ที่ได้เข้าร่วมเรียนรู้แนวคิดกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์
จากวัดพระศรีอารย์ นำแนวคิดของกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์มาบอกเล่ากับคนในชุมชน ต้องเอาธรรมะนำไปก่อน แล้วค่อยเอาเงินตามลงไป อย่าเอาเงินลง
ไปเดี่ยว ๆ เพราะจะทำให้เกิดความโลภ คำกล่าวของพระอาจารย์สุบิน ปณีโต ที่ อาจารย์สง่า นำมาเป็นหลักคิดในการรวมตัวของชาวบ้าน หลังจากตั้งกลุ่ม
สัจจะสะสมทรัพย์เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๕ กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์หรือธนาคารชุมชนทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการออมสร้างวินัยและความเอื้อเฟื้อของ
ชุมชน แต่ก็สร้างความกระตือรือร้นในการกู้เช่นกัน ปัญหาที่พบคือคณะกรรมการกลุ่ม สังเกตเห็นสถิติการกู้ของชาวบ้านไม่ลดลง ซ้ำยังคงหลงเหลือหมวกกันน็อค ผ่านเข้าออกในชุมชนดังเช่นเคย หรือจะเป็นเพราะกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ไปเพิ่มช่องทางการหมุนเงินกู้ให้กับชาวบ้านอีกทางหนึ่ง
จากภาวะการกู้เงินนำไปสู่การพูดคุยในประเด็นอื่น ๆ ของคณะกรรมการกลุ่มสัจจะ ปัญหาหนี้สิน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาการทำมาหากินถูกนำมาหารือ ซ้ำแล้วซ้ำ
แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี เพราะปัญหาปัจจุบันคงไม่ใช่ปัญหาเรื่องเงินอีกต่อไป เพราะมีทั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ ที่สามารถหยิบยืมไปสร้างงานสร้างอาชีพได้
มีทั้งกองทุนสวัสดิการที่พร้อมจะสนับสนุนกลุ่มอาชีพของชุมชน แต่ทว่าสิ่งที่ขาดคงเป็นข้อมูลและความต้องการของชาวบ้านว่าหากจะส่งเสริมและพัฒนาและหาก
จะร่วมกันแก้ปัญหา อะไรหล่ะที่เป็นประเด็นของพวกเรา อะไรหล่ะที่พวกเราต้องการ บ้านเรามีหนี้สินมากจริงหรือ ในช่วงนี้เองทีมส่วนหนึ่งได้เข้าร่วม
เรียนรู้กับงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นกับ ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์ ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันตก แนวคิดหลักการและการ
ทำงานวิจัยถูกนำมาเล่า มาถ่ายทอดกับคณะกรรมการคนอื่นๆ พอได้ยินคำว่าวิจัยเท่านั้นแหละ พวกฉันก็ตกใจคิดว่าทำไม่ได้หรอก ชาวบ้านจะทำวิจัยได้ยังไง
พี่ลัดดา ทีมวิจัยบอกเล่าความรู้สึกครั้งแรกของตนเองที่รู้จักงานวิจัย แต่แม้ทุกคนจะมีคำถามและมีข้อสงสัย เกี่ยวกับงานวิจัยแต่ความมุ่งมั่นและประสบการณ์จาก
การทำงานกลุ่มสัจจะทำให้หลายคนเริ่มบอกกับตัวเองว่า ถึงแม้ยากแท้ แต่ก็ยังไม่ถอย |