ผู้เขียน : คุณปัญญา โตกทอง
 ทีมวิจัยโครงการรูป แบบการจัดการน้ำในลำคลอง ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัด สมุทรสงคราม
   
   
 

                การพัฒนาตำบลแพรกหนามแดง ที่ผ่านมาข้าราชการและผู้นำท้องถิ่น มีความมุ่งมั่นและตั่งใจที่จะทำให้ตำบลแพรกหนามแดง มีความเจริญก้าวหน้า
ไปทุกๆด้าน เพื่อที่จะให้ทุกคนอยู่ ดีกินดีและมีความสุข ผู้นำท้องถิ่นหลายคนต้องทำงานหนัก เพื่อที่จะนำความเจริญรุ่งเรืองสู่ตำบลและหมู่บ้าน
  
                 แต่ที่ผ่านมาข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นมีความหวังดีและตั้งใจแต่ไม่เข้าใจ   เพราะว่าเวลาจะคิดอะไร   จะทำอะไร   ส่วนใหญ่ก็จะคิดกันอยู่เพียงไม่กี่
คนและส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนหน้าเดิมๆ ที่ใกล้ชิดกับผู้นำ   จึงทำให้ชาวบ้านเขาขาดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันแบบการมีส่วนร่วม   และชาวบ้านเองส่วนใหญ่ก็จะ
ไม่ยอมที่จะออกมาเรียนรู้   แล้วก็มักจะพูดว่า  ”  ประชุมไปก็ไม่เห็นจะไ ด้อะไร  ”   ผู้นำท้องถิ่นและข้าราชการส่วนใหญ่ก็มักจะใจร้อนอยากทำงานนั้นๆให้สำเร็จ
ไวๆ   เมื่อมีงบประมานมาแล้ว ผลของงานมันจะออกมาเป็นอย่างไรไม่รู้และเมื่อไม่ประส บความสำเร็จ  ก็มักจะพูดว่า  “  ชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือ  ”   สุดท้าย
ก็จะโทษกันไปโทษกันมา
 
                  ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่ามีอยู่หลายๆ   โครงการของตำบลแพรกหนามแดงได้ถูกก่อสร้ างขึ้นมาด้วยงบประมาณของแผ่นดินแล้วไม่มีชาวบ้านมาใช้
ประโยชน์  มีการก่อตั้งกลุ่มต่างๆ ขึ้นมามากมายจากทางราชการ  แต่ชาวบ้านไม่ได้ให้ความสนใจ  เพราะผู้นำไม่ได้สร้างความเข้าใจ   และความไว้วางใจที่เป็น
กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันแบบมีส่วนร่วม   เช่น   กลุ่มไม่มีการประชุมประจำเดือนอย่างต่อเนื่อง      และถึงถ้ามีการประชุม  ข้าราชการและผู้นำก็มักจะเป็นผู้พูด
ชาวบ้านเป็นผู้ฟัง แล้วก็สรุป แล้วก็เลิกลากันไปพอมีปัญหาทีก็เรียกประชุมที ไม่ได้กัดติดกับปัญหาแ ละข้อเท็จจริงที่ทางราชการนำมาใช้เป็นข้อมูลนั้น  มันไม่ได้
เป็นความคิดสาธารณะ ไม่ได้มีการตัดสินใจแบบสาธารณะที่เป็นองค์รวมขององค์ความรู้   ชาวบ้านเขาคิดเป็นและรู้ปัญ หาทุกอย่างแต่เขาไม่กล้าที่จะแสดงออก
ทางความคิดความเห็น   เพราะมีความกลัวและวิตกกังวลว่าเขาจะคิดผิดพูดผิด   ข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นต้องเป็นหมอตำแยทำคลอดความคิดความเห็นของ
ชาวบ้าน   และกระตุ้นให้ชาวบ้านกล้าแสดงออกทางความคิดให้มากๆ ชาวบ้านเขาจะได้มีความเข้าใจ   และไว้วางใจในตัวผู้นำ

                  การที่ชาวบ้านและชุมชนยัง ขาดการเรียนรู้แบบการมีส่วนร่วม   มันจึงทำให้เกิดการตกผลึกทางความคิดของชาวบ้านว่าตำบลเป็นของทางราชการ
วัดเป็นของเจ้าอาวาส โรงเรียนเป็นของครู  อนามัยเป็นของหมอ  ถนนคูคลองเป็นของ อ.บ.ต.  กองทุนหมู่บ้านเงินล้านเป็นของราชการ อะไรจะไปจะมาชาวบ้าน
ก็ไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ เพราะเขาขาดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ชาวบ้านเขาไม่ได้คิด   เขาไม่ได้ตัดสินใจเขาไม่ได้ทำ   เขาไม่ได้ตรวจสอบ   และเขาไม่ได้
รับผลประโยชน์ วันนี้ตำบลแพรกหนามแดง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมาช่วยกันสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันให้กับชาวบ้าน   และทำคลอดความคิด
ความเห็นของชาวบ้านออกมาให้ได้  แล้วให้ชาวบ้านเขาร่วมคิด ร่วมตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำ เมื่อทำแล้วก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ ประโยชน์จึงจะเกิดร่วมกัน
ทั้งตำบล   แล้วคว ามรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันก็จะเกิดขึ้นมาเอง

                 เมื่อคนในชุมชนได้มาเรียนรู้ร่วมกันก็จะเห็นได้ว่าชาวบ้านเราสมควรจะทำอะไร  ทำที่ไหน  ทำอย่างไร   ใครทำ   ทำเมื่อไร ทำแล้วใครจะได้อะไร
เมื่อชาวบ้านได้มาเรียนรู้ร่วมกันก็จะเห็นได้ว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทำงานให้เป็นกลุ่ม  เราต้องเก่งไปด้วยกันไม่ใช่ต่างคนต่างทำ  ตัวใครตัวมัน  วันข้างหน้า
คนชุมชนแพรกหนามแดงจะลำบาก แต่ถ้าเรามาร่วมกันคิดแบบมีส่วนร่วมก็จะมองเห็นได้ว่าชุมชนของเราควรจะทำอะไร   เช่น ตำบลแพรกหนามแดงของเรา
มีอาชีพเลี้ยงปลาสลิด  คนที่มีอาชีพเลี้ยงปลาสลิดสมควรตั้ง กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์  เพื่อสอนให้คนมีสัจจะคือความจริงใจรู้จักเก็บสะสมทรัพย์   เพื่อระดมทุน
เป็นอันดับแรกแล้วก็มาคิดร่วมกันต่อไปคือ   “ ทำแบบเจ๊ก ทำเล็กไปหาใหญ่  อย่าทำแบบไทย ทำใหญ่ไปหาเล็ก “  เมื่อคิดได้  เช่น รวมกลุ่มระดมหุ้นร่วมกันตั้ง
โรงงานผลิตอาหารปลากินพืช ( ปลาสลิด ) โดยที่ข้าราชการเป็นพี่เลี้ยงหางบประมาณมาสนับสนุนกลุ่ม

                 เมื่อชุมชนมีกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์   มีโรงงานผลิตอาหารปลาสลิดก็จะทำให้กลุ่มเกิดเงินทุนหมุนเวียนขึ้นในชุมชน  ก็มาร่วมกันคิดกันต่อเรื่องกลุ่ม
แปรรูปปลาสลิด ทำน้ำปลาจากปลาสลิด ซึ่งก็จะใช้หัวปลาสลิดและปลาอื่นๆ ที่มีอยู่ในตำบลมาทำการผลิตน้ำปลา  กากน้ำปลาก็จะนำมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก และก็มี
การคิดกันต่อเรื่องห้องเย็นไว้เก็บปลาและกุ้งเมื่อมีมากในฤดูกาล สุดท้ายก็มีการส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์   เช่น ดูนกน้ำ ดูปลาในบ่อปลา มีคนหลาย
คนในชุมชนที่มีความเข้าใจ อธิบายได้ว่าเขาเลี้ยงปลาสลิดกันอย่างไร ปลาราคาถูก  และกินอร่อยตอนไหน ชุมชนของเรามีนกอะไร  โดยมีกล้องให้นักท่องเที่ยว
ส่องดูนกในระยะไกลๆ เพื่อที่จะเห็นในระยะใกล้ๆ บ่อกุ้งธรรมชาติของเรามีการจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่แล้ว     นับวันกลุ่มก็จะมีเงิน
เพิ่มขึ้น เพราะเรารู้สึกเป็นเจ้าของ วันนี้หน้าจะมาร่วมคิดกันต่อเรืองที่จะต้อง ร่วมกันจัดหาซื้อ ลูกกุ้ง   ลูกปลา   ลูกปู  ที่เดียวกันเราจะได้มีอำนาจในการต่อรอง
ราคาให้เป็นความยุติธรรม   และลูกกุ้งก็ต้องมีคุณภาพ   คือลูกกุ้งต้องผ่านการตรวจห้องเล็บ   เราก็จะได้ลูกกุ้งที่ดีมีคุณภาพ  ส่วนบ่อกุ้งและบ่อปลาใช้น้ำมันกัน
มาก   และทุกบ้านก็มีรถยนต์รถเครื่อง   ที่ต้องใช้น้ำมันสมควรที่จะต้องมีปั๊มน้ำมันเป็นของกลุ่มเอง    เพื่อที่จะได้น้ำมันราคาถูก  และน้ำมันเต็มลิตรที่มีคุณภาพ
แต่สมาชิกจะต้องมีสัจจะว่าจะต้องซื้อน้ำมันจากกลุ่มที่เดียว

                 บ่อเลี้ยงกุ้งธรรมชาติของเรามีมากมาย   ปลาในบ่อก็เยอะ   เช่นปลาหมอเทศ   ปลากระบอก  กลุ่มบ่อกุ้งธรรมชาติ ก็หน้าจะมาร่วมกันคิดแปรรูปปลา
ในบ่อกุ้ง เช่น   ปลาหมอเทศหรือปลากระบอกแร่ตากแดดเดียว   หรือ ปลาหมอเทศแล่เอาแต่เนื้อทำปลาจืดส่งแม่ค้า   เนื้อปลาเอาไปทำข้าวต้ม   แกงส้ม   ต้มยำ
ชุบแป้งทอด   ทำเนื้อปลาผัดและทอดจิ้มน้ำปลา  ทำได้สารพัดส่วนเนื้อปลาที่ติดก้างก็แล่เอาไปทำน้ำพริก ส่วนก้างปลาก็เอาไปทำก้างปลากรอบๆเสริมแคลเซียม
ส่วนหัวปลาก็เอามาทำน้ำปลา ส่วนเกล็ดและกากน้ำปลาก็นำไปทำปุ๋ยหมักได้

                 ชาวบ่อเลี้ยงกุ้งทะเลธรรมชาติ แทบจะทุกบ้านมีเรือเป็นพาหะนะทางน้ำ และแทบจะทุกบ้านก็พอจะมีเวลาว่างก็หน้าจะมาคิดเรื่องการเสริมรายได้
ด้วยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่นดูพรรณไม้ป่าชายเลนริมคลอง ดูปูก้ามดาบ ดูปลาตีนดูนกน้ำ นกทะเล  ดูคนทอดแหหากุ้ง ดูคนตกเบ็ดปลาดุกทะเล   ดูคนกาง
อวนปลากระบอก ดูคนดักปูทะเล  เป็นต้น หรือจะทำเป็นโฮมสเตย์ รับนักท่องเที่ยวค้างคืนดูชาวบ้านจับกุ้งตอนกลางคืนก็จะได้เอา กุ้ง ปู   ปลาสดๆ  จากในบ่อ
มาทำอาหารให้นักท่องเที่ยวรับประทาน   หรือกลางคืนจะไปดูหิ่งห้อยตามต้นลำพูดูนกนอน ตามต้นไม้ ก็จะเป็นการเสริมรายได้อีกทางหนึ่งไม่ให้คนว่างงาน
ทุกวันนี้คนแพรกหนามแดงชอบดูถูกตัวเองไม่รู้จักตัวเองพอและจะชอบพูดว่าทำไม่ได้บ้านเราไม่มีอะไรจะให้นักท่องเที่ยวได้ชมได้ดูไม่เหมือนที่อื่นเขาแต่เขา
หารู้ไม่ว่าบ้านเราก็มีของดี   เราน่าจะภาคภูมิใจมากกว่าที่เกิดมาเป็นคนตำบลแพรกหนามแดงที่มีอาชีพหลากหลาย   มีความอุดมสมบูรณ์ที่คนบ้านอื่นเขาไม่มี
ผู้เขียนเห็นฝรั่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ    เดินชมตลาดสดทางรถไฟแม่กลองกันมากและมีความรู้สึกว่าจะมากขึ้นทุกวันเพราะเขามองว่าแปลกที่เอาทางรถไฟมา
เป็นตลาดสดแต่เรามองว่าไม่เห็นจะมีอะไรน่าเที่ยวมองดูแล้วบ้านเราน่าเที่ยวมากกว่า นั่งเรือเย็นสบายอากาศบริสุทธิ์ได้ชมธรรมชาติ ได้รับประทานอาหารสด
ถูกอร่อย

                  ชาวนาข้าวก็สมควรจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ เพื่อจะได้ระดมเงินออมเป็นเงินทุนและจัดให้มีเงินกองทุนสวัสดิการและทุกคนต้องมีสัจจะว่าเรา
จะต้องมาสะสมทรัพย์กันเดือนละครั้ง  ก็จะมีเวทีให้ชาวนาได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยน เรียนรู้กันเดือนละครั้งในกลุ่มของชาวนา เหมือนกันกับบ่อปลาและบ่อกุ้ง   
แล้วก็มาร่วมหัวกันคิดว่าเราสมควรจะมีเครื่องอบข้าวและโรงสีข้าวเป็นของตนเอง   รำและปลายข้าวก็จะขายให้กับกลุ่มผู้ผลิตอาหารปลา และนาข้าวก็จะต้อง
รวมตัวกันเป็นผู้ผลิตข้าวปลอดสารเคมี   และมีการสีข้าวด้วยมือแบบโบราณ   เพื่อเป็นข้าวกล้องปลอดสารเพื่อสุขภาพ ควรจะมีศูนย์การเรียนรู้ชาวนาไทยหรือ
พิพิธภัณฑ์ชาวนาไทยจังหวัดสมุทรสงคราม โดยจัดหาชาวนาที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องของการทำนาของท้องถิ่น   และรู้ถึงวัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลง
มาเป็นวิทยากรให้นักท่องเที่ยวที่สนใจฟัง ชาวนาก็จะมีคนมาซื้อข้าวของชาวนาถึงบ้านโดยที่ชาวนาไม่ต้องขนข้าวไปขายให้กับนายทุนที่คอยหวังแต่เอากำไร
กับชาวนา

                  ตำบลแพรกหนามแดง มีรถยนต์ผ่านถนนพระราม 2  วันละหลายหมื่นคน และมีคนผ่านวันละหลายแสนคนถ้าคนแพรกหนามแดงมีความสามารถ
เอาผลผลิตจากตำบล   เช่น   กุ้ง   หอย   ปู   ปลา   ข้าว   ผัก   น้ำตาลปีบ   มะพร้าว   กล้วย   อ้อย   มะละกอ   หรือของอื่นๆ   ที่เป็นผลผลิตในตำบล มาขายให้
กับคนที่ผ่านไปผ่านมาโดยทำเป็น  “ ตลาดของชุมชนค นแพรกหนามแดง ”  คนซื้อก็จะได้ของสดและราคาถูก คนขายก็จะได้ราคาดี   เพราะกำหนดราคาเอง
ได้ไม่ต้องมาผ่านพ่อค้าคนกลางมากำหนดราคาให้

                 แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นและสัมฤทธิ์ผลได้   ก็จะต้องใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันแบบมีส่วนร่วม เพราะกระบวนการเรียนรู้นั้นมีความสำคัญ
กับการพัฒนาชุมชนเป็นอย่างมาก   เพราะว่างานพัฒนาไม่มีหมด แล ะต้องทำให้ต่อเนื่อง ทุกวันนี้คนยังคิดไม่เป็น ไม่รู ้จักวิธีคิด และยังหลงผิดคิดไปว่าความ
เจริญจะมาสู่ตำบลแพร กหนามแดงจะต้องมีถนนให้มากๆ    ลืมคิดพัฒนาคน   พัฒนาอาชีพต้องการให้มีการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมให้มากๆ   ในพื้นที่ 
โดยที่ทุกคนนั้นคิดไปว่า โรงงานเข้ามาจะทำให้เกิดการจ้างแรงงานคนในพื้นที่   และที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่านายทุนส่วนใหญ่ลงทุนมาก ก็หวังแต่เอากำไรมาก  
และส่วนใหญ่ก็ไม่มีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม   และไม่ได้สร้างงานให้กับชุมชนเหมือนอย่างที่ทุกคนคิด   แต่กลับกลายเป็นว่าโรงงาน
เข้ามากลับมาสร้างปัญหาอย่างใหญ่หลวงให้กับคนแพรกหนามแดง   เพราะโรงงานในพื้นที่จ้างงานราคาถูก   ทำให้คนแพรกหนามแดงที่มีอาชีพรับจ้างต้อง
ออกไปทำงานที่ อื่น   เพราะได้ค่าจ้างแรงงานมากกว่าทำงานในตำบล เป็นเหตุให้นายทุนเจ้าของโรงงานไปจ้างคนงานจากที่อื่น   ที่มีค่า แรงงานราคาถูกกว่า
คนในตำบล   เช่น   พม่า   เขมร   ; มอญ   ลาว   เป็นต้น   จึงทำให้เกิดปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ตามมาอย่างมากมาย   ศีลธรรมและวัฒนธรรมเสื่อมถอย
แล้วชุมชนของเราจะได้อะไรมีแต่เสียมากขึ้นทุกวัน  ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าคนที่มีอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเขาจะไม่ทิ้งขยะลงลำคลอง   เพราะเขาใช้น้ำแต่ถ้าคน
ที่ไม่มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับน้ำก็จะเอาขยะทิ้งลงคลองตัวอย่างเช่น    คนที่อยู่ห้องแถวทำโรงงาน

                 จะเห็นได้ว่าถ้าเราใช้กระบวนการ เรียนรู้ร่วมกัน   วันข้างหน้าลูกหลานของเราคนแพรกหนา มแดงก็จะมีงานทำอย่างมีศักดิ์ศรีไม่ต้องเป็นมนุษย์
เงินเดือนเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร   เพราะทุกคนเป็นลูกจ้างของตัวเอง และเมื่อกลุ่มสัจจะสะส มทรัพย์มีเงินมากขึ้น  และเงินกองทุนสวัสดิการ
มากขึ้ น    เวลาจะกู้เงินก็กู้เงินของตัวเอง เจ็บ ป่วย ตาย    มาเบิกเงินกองทุนสวัสดิการทำให้คนในชุมชนมีหลักประกันในคุณภาพชีวิต  ทุกวันนี้เด็กทุกคนถูก
สอนให้เรียนจบแล้วไปทำงานเป็นลูกจ้างเขาหรือทำงานในโรงงาน  จะเ ห็นได้ว่าบางทีรับสมัครงานเพียง  1  อัตรา แต่มีผู้สมัครเป็นพันคน    อาชีพการงาน
ของพ่อแม่บรรพบุรุษลูกหลานทำไม่เป็น     เขาทำไม่สนุกเหมือนกับว่าการศึกษาสอนให้คนทำงานเชิงเดี่ยว       เหมือนที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืช
เชิงเดี่ยว อาชีพที่เลี้ยงดูเขามาเขาไม่อยากทำ   อยากทำงานที่มีคนมากๆ มีเพื่อนมากๆ สุดท้ายก็พากันตกงาน   เรียนมามากความรู้มาก “  ฉลาดลึกหลักแหลม
แต่โง่กว้าง  ”

                  ถ้าปล่อยปัญหานี้ไว้แบบค่อยเป็นค่อยไปต่อไปก็จะเกิดวิกฤตการทางเศรษฐกิจ สังคม เป็นการทำลายฐานทรัพยากรทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ
และคนในชุมชนก็จะต้องเผชิญกับภัยคุกคามในหลายรูปแบบของสังคมที่เลวร้ายลงทุกวัน   คนทำงานต้องล้มตาย  หรือหมดสภาพด้วยอุบัติเหตุ   โรคเอดส์
ยาเสพติดและบางส่วนก็ว่างงานตกงานสุดท้ายก็เล่นการพนันและดื่มน้ำเมาหาทางเสื่อมให้กับตัวเอง

                   ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนตำบลแพรกหนามแดง จะต้องร่วมใจกันเรียนรู้ร่วมกันแบบมีส่วนร่วม   เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลเพื่อ
นำไปสู่องค์ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น การคิดแบบมีส่วนร่วม  คิดแบบใช้ปัญญาร่วมกัน  หาทางออกร่วมกัน ตัดสินใจร่วมกัน ช่วยกันทำ ช่วยกันคิด
ช่วยกันตรวจสอบและร่วมกันรับประโยชน์เพื่อความสามัคคีจะได้มีอยู่ในตำบลแพรกหนามแดง ทำให้การพัฒนาตำบลแพรกหนามแดงนำไปสู่ความเข้มแข็ง
ที่ยั่งยืนต่อไป