การพัฒนาตำบลแพรกหนามแดง ที่ผ่านมาข้าราชการและผู้นำท้องถิ่น มีความมุ่งมั่นและตั่งใจที่จะทำให้ตำบลแพรกหนามแดง มีความเจริญก้าวหน้า
ไปทุกๆด้าน เพื่อที่จะให้ทุกคนอยู่ ดีกินดีและมีความสุข ผู้นำท้องถิ่นหลายคนต้องทำงานหนัก เพื่อที่จะนำความเจริญรุ่งเรืองสู่ตำบลและหมู่บ้าน
แต่ที่ผ่านมาข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นมีความหวังดีและตั้งใจแต่ไม่เข้าใจ เพราะว่าเวลาจะคิดอะไร จะทำอะไร ส่วนใหญ่ก็จะคิดกันอยู่เพียงไม่กี่
คนและส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนหน้าเดิมๆ ที่ใกล้ชิดกับผู้นำ จึงทำให้ชาวบ้านเขาขาดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันแบบการมีส่วนร่วม และชาวบ้านเองส่วนใหญ่ก็จะ
ไม่ยอมที่จะออกมาเรียนรู้ แล้วก็มักจะพูดว่า ประชุมไปก็ไม่เห็นจะไ ด้อะไร ผู้นำท้องถิ่นและข้าราชการส่วนใหญ่ก็มักจะใจร้อนอยากทำงานนั้นๆให้สำเร็จ
ไวๆ เมื่อมีงบประมานมาแล้ว ผลของงานมันจะออกมาเป็นอย่างไรไม่รู้และเมื่อไม่ประส บความสำเร็จ ก็มักจะพูดว่า ชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือ สุดท้าย
ก็จะโทษกันไปโทษกันมา
ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่ามีอยู่หลายๆ โครงการของตำบลแพรกหนามแดงได้ถูกก่อสร้ างขึ้นมาด้วยงบประมาณของแผ่นดินแล้วไม่มีชาวบ้านมาใช้
ประโยชน์ มีการก่อตั้งกลุ่มต่างๆ ขึ้นมามากมายจากทางราชการ แต่ชาวบ้านไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะผู้นำไม่ได้สร้างความเข้าใจ และความไว้วางใจที่เป็น
กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันแบบมีส่วนร่วม เช่น กลุ่มไม่มีการประชุมประจำเดือนอย่างต่อเนื่อง และถึงถ้ามีการประชุม ข้าราชการและผู้นำก็มักจะเป็นผู้พูด
ชาวบ้านเป็นผู้ฟัง แล้วก็สรุป แล้วก็เลิกลากันไปพอมีปัญหาทีก็เรียกประชุมที ไม่ได้กัดติดกับปัญหาแ ละข้อเท็จจริงที่ทางราชการนำมาใช้เป็นข้อมูลนั้น มันไม่ได้
เป็นความคิดสาธารณะ ไม่ได้มีการตัดสินใจแบบสาธารณะที่เป็นองค์รวมขององค์ความรู้ ชาวบ้านเขาคิดเป็นและรู้ปัญ หาทุกอย่างแต่เขาไม่กล้าที่จะแสดงออก
ทางความคิดความเห็น เพราะมีความกลัวและวิตกกังวลว่าเขาจะคิดผิดพูดผิด ข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นต้องเป็นหมอตำแยทำคลอดความคิดความเห็นของ
ชาวบ้าน และกระตุ้นให้ชาวบ้านกล้าแสดงออกทางความคิดให้มากๆ ชาวบ้านเขาจะได้มีความเข้าใจ และไว้วางใจในตัวผู้นำ
การที่ชาวบ้านและชุมชนยัง ขาดการเรียนรู้แบบการมีส่วนร่วม มันจึงทำให้เกิดการตกผลึกทางความคิดของชาวบ้านว่าตำบลเป็นของทางราชการ
วัดเป็นของเจ้าอาวาส โรงเรียนเป็นของครู อนามัยเป็นของหมอ ถนนคูคลองเป็นของ อ.บ.ต. กองทุนหมู่บ้านเงินล้านเป็นของราชการ อะไรจะไปจะมาชาวบ้าน
ก็ไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ เพราะเขาขาดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ชาวบ้านเขาไม่ได้คิด เขาไม่ได้ตัดสินใจเขาไม่ได้ทำ เขาไม่ได้ตรวจสอบ และเขาไม่ได้
รับผลประโยชน์ วันนี้ตำบลแพรกหนามแดง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมาช่วยกันสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันให้กับชาวบ้าน และทำคลอดความคิด
ความเห็นของชาวบ้านออกมาให้ได้ แล้วให้ชาวบ้านเขาร่วมคิด ร่วมตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำ เมื่อทำแล้วก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ ประโยชน์จึงจะเกิดร่วมกัน
ทั้งตำบล แล้วคว ามรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันก็จะเกิดขึ้นมาเอง
เมื่อคนในชุมชนได้มาเรียนรู้ร่วมกันก็จะเห็นได้ว่าชาวบ้านเราสมควรจะทำอะไร ทำที่ไหน ทำอย่างไร ใครทำ ทำเมื่อไร ทำแล้วใครจะได้อะไร
เมื่อชาวบ้านได้มาเรียนรู้ร่วมกันก็จะเห็นได้ว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทำงานให้เป็นกลุ่ม เราต้องเก่งไปด้วยกันไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ตัวใครตัวมัน วันข้างหน้า
คนชุมชนแพรกหนามแดงจะลำบาก แต่ถ้าเรามาร่วมกันคิดแบบมีส่วนร่วมก็จะมองเห็นได้ว่าชุมชนของเราควรจะทำอะไร เช่น ตำบลแพรกหนามแดงของเรา
มีอาชีพเลี้ยงปลาสลิด คนที่มีอาชีพเลี้ยงปลาสลิดสมควรตั้ง กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ เพื่อสอนให้คนมีสัจจะคือความจริงใจรู้จักเก็บสะสมทรัพย์ เพื่อระดมทุน
เป็นอันดับแรกแล้วก็มาคิดร่วมกันต่อไปคือ ทำแบบเจ๊ก ทำเล็กไปหาใหญ่ อย่าทำแบบไทย ทำใหญ่ไปหาเล็ก เมื่อคิดได้ เช่น รวมกลุ่มระดมหุ้นร่วมกันตั้ง
โรงงานผลิตอาหารปลากินพืช ( ปลาสลิด ) โดยที่ข้าราชการเป็นพี่เลี้ยงหางบประมาณมาสนับสนุนกลุ่ม
เมื่อชุมชนมีกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ มีโรงงานผลิตอาหารปลาสลิดก็จะทำให้กลุ่มเกิดเงินทุนหมุนเวียนขึ้นในชุมชน ก็มาร่วมกันคิดกันต่อเรื่องกลุ่ม
แปรรูปปลาสลิด ทำน้ำปลาจากปลาสลิด ซึ่งก็จะใช้หัวปลาสลิดและปลาอื่นๆ ที่มีอยู่ในตำบลมาทำการผลิตน้ำปลา กากน้ำปลาก็จะนำมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก และก็มี
การคิดกันต่อเรื่องห้องเย็นไว้เก็บปลาและกุ้งเมื่อมีมากในฤดูกาล สุดท้ายก็มีการส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เช่น ดูนกน้ำ ดูปลาในบ่อปลา มีคนหลาย
คนในชุมชนที่มีความเข้าใจ อธิบายได้ว่าเขาเลี้ยงปลาสลิดกันอย่างไร ปลาราคาถูก และกินอร่อยตอนไหน ชุมชนของเรามีนกอะไร โดยมีกล้องให้นักท่องเที่ยว
ส่องดูนกในระยะไกลๆ เพื่อที่จะเห็นในระยะใกล้ๆ บ่อกุ้งธรรมชาติของเรามีการจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่แล้ว นับวันกลุ่มก็จะมีเงิน
เพิ่มขึ้น เพราะเรารู้สึกเป็นเจ้าของ วันนี้หน้าจะมาร่วมคิดกันต่อเรืองที่จะต้อง ร่วมกันจัดหาซื้อ ลูกกุ้ง ลูกปลา ลูกปู ที่เดียวกันเราจะได้มีอำนาจในการต่อรอง
ราคาให้เป็นความยุติธรรม และลูกกุ้งก็ต้องมีคุณภาพ คือลูกกุ้งต้องผ่านการตรวจห้องเล็บ เราก็จะได้ลูกกุ้งที่ดีมีคุณภาพ ส่วนบ่อกุ้งและบ่อปลาใช้น้ำมันกัน
มาก และทุกบ้านก็มีรถยนต์รถเครื่อง ที่ต้องใช้น้ำมันสมควรที่จะต้องมีปั๊มน้ำมันเป็นของกลุ่มเอง เพื่อที่จะได้น้ำมันราคาถูก และน้ำมันเต็มลิตรที่มีคุณภาพ
แต่สมาชิกจะต้องมีสัจจะว่าจะต้องซื้อน้ำมันจากกลุ่มที่เดียว
บ่อเลี้ยงกุ้งธรรมชาติของเรามีมากมาย ปลาในบ่อก็เยอะ เช่นปลาหมอเทศ ปลากระบอก กลุ่มบ่อกุ้งธรรมชาติ ก็หน้าจะมาร่วมกันคิดแปรรูปปลา
ในบ่อกุ้ง เช่น ปลาหมอเทศหรือปลากระบอกแร่ตากแดดเดียว หรือ ปลาหมอเทศแล่เอาแต่เนื้อทำปลาจืดส่งแม่ค้า เนื้อปลาเอาไปทำข้าวต้ม แกงส้ม ต้มยำ
ชุบแป้งทอด ทำเนื้อปลาผัดและทอดจิ้มน้ำปลา ทำได้สารพัดส่วนเนื้อปลาที่ติดก้างก็แล่เอาไปทำน้ำพริก ส่วนก้างปลาก็เอาไปทำก้างปลากรอบๆเสริมแคลเซียม
ส่วนหัวปลาก็เอามาทำน้ำปลา ส่วนเกล็ดและกากน้ำปลาก็นำไปทำปุ๋ยหมักได้
ชาวบ่อเลี้ยงกุ้งทะเลธรรมชาติ แทบจะทุกบ้านมีเรือเป็นพาหะนะทางน้ำ และแทบจะทุกบ้านก็พอจะมีเวลาว่างก็หน้าจะมาคิดเรื่องการเสริมรายได้
ด้วยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่นดูพรรณไม้ป่าชายเลนริมคลอง ดูปูก้ามดาบ ดูปลาตีนดูนกน้ำ นกทะเล ดูคนทอดแหหากุ้ง ดูคนตกเบ็ดปลาดุกทะเล ดูคนกาง
อวนปลากระบอก ดูคนดักปูทะเล เป็นต้น หรือจะทำเป็นโฮมสเตย์ รับนักท่องเที่ยวค้างคืนดูชาวบ้านจับกุ้งตอนกลางคืนก็จะได้เอา กุ้ง ปู ปลาสดๆ จากในบ่อ
มาทำอาหารให้นักท่องเที่ยวรับประทาน หรือกลางคืนจะไปดูหิ่งห้อยตามต้นลำพูดูนกนอน ตามต้นไม้ ก็จะเป็นการเสริมรายได้อีกทางหนึ่งไม่ให้คนว่างงาน
ทุกวันนี้คนแพรกหนามแดงชอบดูถูกตัวเองไม่รู้จักตัวเองพอและจะชอบพูดว่าทำไม่ได้บ้านเราไม่มีอะไรจะให้นักท่องเที่ยวได้ชมได้ดูไม่เหมือนที่อื่นเขาแต่เขา
หารู้ไม่ว่าบ้านเราก็มีของดี เราน่าจะภาคภูมิใจมากกว่าที่เกิดมาเป็นคนตำบลแพรกหนามแดงที่มีอาชีพหลากหลาย มีความอุดมสมบูรณ์ที่คนบ้านอื่นเขาไม่มี
ผู้เขียนเห็นฝรั่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินชมตลาดสดทางรถไฟแม่กลองกันมากและมีความรู้สึกว่าจะมากขึ้นทุกวันเพราะเขามองว่าแปลกที่เอาทางรถไฟมา
เป็นตลาดสดแต่เรามองว่าไม่เห็นจะมีอะไรน่าเที่ยวมองดูแล้วบ้านเราน่าเที่ยวมากกว่า นั่งเรือเย็นสบายอากาศบริสุทธิ์ได้ชมธรรมชาติ ได้รับประทานอาหารสด
ถูกอร่อย
ชาวนาข้าวก็สมควรจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ เพื่อจะได้ระดมเงินออมเป็นเงินทุนและจัดให้มีเงินกองทุนสวัสดิการและทุกคนต้องมีสัจจะว่าเรา
จะต้องมาสะสมทรัพย์กันเดือนละครั้ง ก็จะมีเวทีให้ชาวนาได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยน เรียนรู้กันเดือนละครั้งในกลุ่มของชาวนา เหมือนกันกับบ่อปลาและบ่อกุ้ง
แล้วก็มาร่วมหัวกันคิดว่าเราสมควรจะมีเครื่องอบข้าวและโรงสีข้าวเป็นของตนเอง รำและปลายข้าวก็จะขายให้กับกลุ่มผู้ผลิตอาหารปลา และนาข้าวก็จะต้อง
รวมตัวกันเป็นผู้ผลิตข้าวปลอดสารเคมี และมีการสีข้าวด้วยมือแบบโบราณ เพื่อเป็นข้าวกล้องปลอดสารเพื่อสุขภาพ ควรจะมีศูนย์การเรียนรู้ชาวนาไทยหรือ
พิพิธภัณฑ์ชาวนาไทยจังหวัดสมุทรสงคราม โดยจัดหาชาวนาที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องของการทำนาของท้องถิ่น และรู้ถึงวัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลง
มาเป็นวิทยากรให้นักท่องเที่ยวที่สนใจฟัง ชาวนาก็จะมีคนมาซื้อข้าวของชาวนาถึงบ้านโดยที่ชาวนาไม่ต้องขนข้าวไปขายให้กับนายทุนที่คอยหวังแต่เอากำไร
กับชาวนา
ตำบลแพรกหนามแดง มีรถยนต์ผ่านถนนพระราม 2 วันละหลายหมื่นคน และมีคนผ่านวันละหลายแสนคนถ้าคนแพรกหนามแดงมีความสามารถ
เอาผลผลิตจากตำบล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ข้าว ผัก น้ำตาลปีบ มะพร้าว กล้วย อ้อย มะละกอ หรือของอื่นๆ ที่เป็นผลผลิตในตำบล มาขายให้
กับคนที่ผ่านไปผ่านมาโดยทำเป็น ตลาดของชุมชนค นแพรกหนามแดง คนซื้อก็จะได้ของสดและราคาถูก คนขายก็จะได้ราคาดี เพราะกำหนดราคาเอง
ได้ไม่ต้องมาผ่านพ่อค้าคนกลางมากำหนดราคาให้
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นและสัมฤทธิ์ผลได้ ก็จะต้องใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันแบบมีส่วนร่วม เพราะกระบวนการเรียนรู้นั้นมีความสำคัญ
กับการพัฒนาชุมชนเป็นอย่างมาก เพราะว่างานพัฒนาไม่มีหมด แล ะต้องทำให้ต่อเนื่อง ทุกวันนี้คนยังคิดไม่เป็น ไม่รู ้จักวิธีคิด และยังหลงผิดคิดไปว่าความ
เจริญจะมาสู่ตำบลแพร กหนามแดงจะต้องมีถนนให้มากๆ ลืมคิดพัฒนาคน พัฒนาอาชีพต้องการให้มีการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมให้มากๆ ในพื้นที่
โดยที่ทุกคนนั้นคิดไปว่า โรงงานเข้ามาจะทำให้เกิดการจ้างแรงงานคนในพื้นที่ และที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่านายทุนส่วนใหญ่ลงทุนมาก ก็หวังแต่เอากำไรมาก
และส่วนใหญ่ก็ไม่มีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และไม่ได้สร้างงานให้กับชุมชนเหมือนอย่างที่ทุกคนคิด แต่กลับกลายเป็นว่าโรงงาน
เข้ามากลับมาสร้างปัญหาอย่างใหญ่หลวงให้กับคนแพรกหนามแดง เพราะโรงงานในพื้นที่จ้างงานราคาถูก ทำให้คนแพรกหนามแดงที่มีอาชีพรับจ้างต้อง
ออกไปทำงานที่ อื่น เพราะได้ค่าจ้างแรงงานมากกว่าทำงานในตำบล เป็นเหตุให้นายทุนเจ้าของโรงงานไปจ้างคนงานจากที่อื่น ที่มีค่า แรงงานราคาถูกกว่า
คนในตำบล เช่น พม่า เขมร ; มอญ ลาว เป็นต้น จึงทำให้เกิดปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ตามมาอย่างมากมาย ศีลธรรมและวัฒนธรรมเสื่อมถอย
แล้วชุมชนของเราจะได้อะไรมีแต่เสียมากขึ้นทุกวัน ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าคนที่มีอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเขาจะไม่ทิ้งขยะลงลำคลอง เพราะเขาใช้น้ำแต่ถ้าคน
ที่ไม่มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับน้ำก็จะเอาขยะทิ้งลงคลองตัวอย่างเช่น คนที่อยู่ห้องแถวทำโรงงาน
จะเห็นได้ว่าถ้าเราใช้กระบวนการ เรียนรู้ร่วมกัน วันข้างหน้าลูกหลานของเราคนแพรกหนา มแดงก็จะมีงานทำอย่างมีศักดิ์ศรีไม่ต้องเป็นมนุษย์
เงินเดือนเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร เพราะทุกคนเป็นลูกจ้างของตัวเอง และเมื่อกลุ่มสัจจะสะส มทรัพย์มีเงินมากขึ้น และเงินกองทุนสวัสดิการ
มากขึ้ น เวลาจะกู้เงินก็กู้เงินของตัวเอง เจ็บ ป่วย ตาย มาเบิกเงินกองทุนสวัสดิการทำให้คนในชุมชนมีหลักประกันในคุณภาพชีวิต ทุกวันนี้เด็กทุกคนถูก
สอนให้เรียนจบแล้วไปทำงานเป็นลูกจ้างเขาหรือทำงานในโรงงาน จะเ ห็นได้ว่าบางทีรับสมัครงานเพียง 1 อัตรา แต่มีผู้สมัครเป็นพันคน อาชีพการงาน
ของพ่อแม่บรรพบุรุษลูกหลานทำไม่เป็น เขาทำไม่สนุกเหมือนกับว่าการศึกษาสอนให้คนทำงานเชิงเดี่ยว เหมือนที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืช
เชิงเดี่ยว อาชีพที่เลี้ยงดูเขามาเขาไม่อยากทำ อยากทำงานที่มีคนมากๆ มีเพื่อนมากๆ สุดท้ายก็พากันตกงาน เรียนมามากความรู้มาก ฉลาดลึกหลักแหลม
แต่โง่กว้าง
ถ้าปล่อยปัญหานี้ไว้แบบค่อยเป็นค่อยไปต่อไปก็จะเกิดวิกฤตการทางเศรษฐกิจ สังคม เป็นการทำลายฐานทรัพยากรทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ
และคนในชุมชนก็จะต้องเผชิญกับภัยคุกคามในหลายรูปแบบของสังคมที่เลวร้ายลงทุกวัน คนทำงานต้องล้มตาย หรือหมดสภาพด้วยอุบัติเหตุ โรคเอดส์
ยาเสพติดและบางส่วนก็ว่างงานตกงานสุดท้ายก็เล่นการพนันและดื่มน้ำเมาหาทางเสื่อมให้กับตัวเอง
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนตำบลแพรกหนามแดง จะต้องร่วมใจกันเรียนรู้ร่วมกันแบบมีส่วนร่วม เพื่อค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลเพื่อ
นำไปสู่องค์ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น การคิดแบบมีส่วนร่วม คิดแบบใช้ปัญญาร่วมกัน หาทางออกร่วมกัน ตัดสินใจร่วมกัน ช่วยกันทำ ช่วยกันคิด
ช่วยกันตรวจสอบและร่วมกันรับประโยชน์เพื่อความสามัคคีจะได้มีอยู่ในตำบลแพรกหนามแดง ทำให้การพัฒนาตำบลแพรกหนามแดงนำไปสู่ความเข้มแข็ง
ที่ยั่งยืนต่อไป |