ภาพชาวบ้านกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมวงกันบนคันนากับคนกำลังเอาปากกาเมจิกตราม้าขีด ๆ เขียน ๆบนกระดาษคล้าย ๆทีเขาห่อโรตีขายแผ่นใหญ่ ๆ นี่หรือว่ะงานวิจัย
ผมเผลออุทานในใจหลังจากที่อาธเนศบอกว่าวันนี้เราจะไปดูชาวบ้านเขาจัดเวทีประชุมเรื่องงานวิจัย มันไม่ยักกะคล้ายหรือยักกะเหมือนกับที่เราเรียนมาเลย
ไอ้แค่ชาวบ้านมาทำวิจัยก็แปลกใจจะแย่อยู่แล้ว นี่ยังจะภาพคนมานั่งคุยกันอีก ไม่เห็นมีแบบสอบถามสักชุดหรือตัวเลขทางคณิตศาสตร์หาค่าเฉลี่ยหรือส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน ฯลฯ แล้วจะเป็นงานวิจัยไปได้ยังไง เหล่านี้เป็นข้อสงสัยที่คนที่ค้างคาใจยิ่งนักสำหรับสมาชิกใหม่ที่เข้ามาเรียนรู้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นงานวิจัย
ที่เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ จนไปสู่การพัฒนาทั้งตัวเองและชุมชน
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นอาจเป็นงานที่ต่างจากงานวิจัยทั่วไปตรงที่ เราเน้นย้ำและให้ความสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการลงมือทำการรู้จักและเข้าใจ
แนวคิดและหลักการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นก็เช่นกันมันก็ต้องเกิดจากกระบวนการลงมือทำลงมือเรียนรู้ร่วมกับชุมชน แม้แรกๆ เราอาจเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่จดบันทึก
สรุปและเฝ้ามองก็ตาม แต่การทำสิ่งเหล่านี้บ่อย ๆ ซ้ำ กลับเน้นย้ำ ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ ผ่านตัวอักษรที่เราสรุปและขีดเขียน เป็นบทเรียนที่มีนักวิจัย
และผู้เกี่ยวข้องมาช่วยเติมเต็มข้อมูลความรู้ในเอกสาร ซึ่งก็เหมือนเป็นการเติมเต็มความเข้าใจใส่กลับไปยังกระบวนการเรียนรู้ของคนที่บันทึกและจัดทำ อีกทั้ง
ซ้ำยังช่วยพัฒนาทักษะในการสรุปความ จับประเด็นสำคัญและ การนำเสนอเรื่องราวให้คนอื่นเข้าใจ ควบคู่กันไปกับการเรียนรู้ข้อมูลงานวิจัยชาวบ้านบนฐานคิด
และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน หากแต่เพียงเราต้องตั้งคำถามกับตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่า เราได้เรียนรู้อะไรและจะเอาความรู้เหล่านี้ไปใช้ได้อย่างไร เพราะเมื่อ
เราหนุนเสริมชุมชนให้พัฒนาและเรียนรู้มากขึ้นเท่าไร แล้วหากเราไม่พัฒนาตัวเองขึ้นเมื่อนั้นเราก็คงจะไม่มีอะไรที่จะไปหนุนชุมชนในอนาคตเช่นกัน
วันนี้การเข้าไปร่วมกิจกรรมในเวที การขีดเขียนบนกระดาษโรตี ผ่านการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไม่เพียงที่จะพัฒนาให้เกิดทักษะความรู้ในการนำไปใช้ในการ
ทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นเท่านั้น แต่การเข้าไปเรียนรู้เข้าไปหนุนเสริมด้วยความเคารพต่อความรู้และเคารพต่อวิถีวัฒนธรรม ดั่งเช่นลูกหลาน กลับลึกซึ้งและมี
ความหมายมากกว่าการทำงานตามหน้าที่ หากแต่เป็นการลงแรงบนพื้นฐานการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน ผลสัมฤทธิ์ของชุมชนวิจัยก็เท่ากับเป็นการก่อรูป
ก่อร่างสร้างชุมชนที่เข้มแข็งสร้างอนาคตให้ลูกหลาน เป็นงานวิจัยที่ทั้งกินได้และเก็บได้ไปจนตายแม้ไม่ได้ใช้สารกันบูด