ผู้เขียน : นางสาวพวงทอง เม้งเกร็ด
 ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นสมุทรสงคราม
   
 

กระบวนการเขียนรายงานการวิจัยเพื่อท้องถิ่น

การเขียนรายงานการวิจัยเพื่อท้องถิ่น ควรประกอบด้วยเนื้อหาดังต่อไปนี้

1. เนื้อหาของโครงการวิจัย

    1.1 กระบวนการพัฒนาโจทย์วิจัย ได้แก่ การตั้งโจทย์วิจัย วิธีการพัฒนาโจทย์วิจัย เครื่องมือที่ใช้ การค้าหาภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เป็นต้น

    1.2 กระบวนการพัฒนาโครงการวิจัย ได้แก่ การค้นหาทีมวิจัย การวางแผนการดำเนินงาน การจัดทำเอกสารเชิงหลักการเพื่อขอรับการสนับสนุนการดำเนินงาน
           เป็นต้น

     1.3 เนื้อหาในการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

           1.3.1) เนื้อหาตามวัตถุประสงค์ของโครงการได้แก่ สรุปแต่ละกิจกรรมของโครงการที่ระบุไว้ในแผนการดำเนินงาน และ

           1.3.2) เนื้อหาที่เกิดระหว่างการดำเนินโครงการ ได้แก่ กระบวนการสร้างการเรียนรู้ การปรับบทบาทภายในทีมวิจัย การปรับเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน
                      และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งช่วยให้โครงการวิจัยสามารถดำเนินงานต่อได้ เป็นต้น

     1.4 บทเรียนที่ได้จากการดำเนินโครงการ เพื่อถอดประสบการณ์ผ่านแต่ละกิจกรรมและนำบทเรียนที่ได้มาปรับใช้กับการดำเนินงานในระยะต่อไป ได้แก่ การเปิด
            เวทีเพื่อสร้างความเข้าใจ / การเก็บรวบรวม - การวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาดูงาน การจัดค่ายเยาวชน กระบวนการสร้างการเรียนรู้ของเยาวชนในระดับที่มี
            ความแตกต่างกัน เป็นต้น

     1.5 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการดำเนินโครงการวิจัย เพื่อช่วยหนุนเสริมจุดแข็งและลดจุดอ่อนของการดำเนินโครงการวิจัย ได้แก่การสมานฉันท์ภายใน
            ทีมวิจัย วิธีการ / บทเรียน / รูปแบบในการติดต่อประสานงานกับภาครัฐหรือองค์กรท้องถิ่น เป็นต้น

     1.6 เอกสารประกอบอื่นๆ ได้แก่ สรุปรายงานการประชุม / การศึกษาดูงาน / การฝึกอบรม / กิจกรรมแต่ละเวที ภาพประกอบแต่ละกิจกรรม ชุดประสบการณ์
            จากโครงการ (เรียงความประกอบภาพวาดของนักเรียน พัฒนาการบันทึกเนื้อหาของทีมวิจัย เรื่องเล่าที่เป็นอักษรภาพ รูปภาพการออกแบบบานประตู             
            รูปภาพการจับช้างป่า) เป็นต้น

2. รายงานการเงินของโครงการวิจัย    ได้แก่ สรุปรายงานการเงินประจำเดือนแบ่งตามหมวดหมู่ สรุปรายงานการเงินประจำงวดตามที่ระบุไว้ในสัญญาแบ่งตาม
หมวดหมู่ หมายเหตุค่าใช้จ่ายอื่นที่นอกเหนือจากการแบ่งตามหมวดหมู่ (หากมีความจำเป็น) เป็นต้น ซึ่งสรุปจากรายงานการเงินที่ผ่านการตรวจสอบอย่างถูกต้อง
จากทีมประสานงาน

เครื่องมือที่ช่วยให้การเขียนรายงานการวิจัยมีความถูกต้อง สมบูรณ์ และเสร็จตามกำหนด

1. การจดบันทึกการดำเนินงานแต่ละกิจกรรม บทเรียนที่ได้จากการสรุปร่วมกันภายในทีมวิจัยและในเวที โดยควรทำทันทีหรือหลังจากดำเนินกิจกรรมเสร็จสิ้น
    ภายใน 3 – 5 วัน เพื่อเก็บรายละเอียดหรือเนื้อหาได้อย่างครบถ้วน

2. ถอดบทเรียนการดำเนินงานที่ได้ร่วมกันภายในทีมเป็นระยะๆ เพื่อจัดหมวดหมู่หรือเนื้อหาที่ต้องการถอดบทเรียนเป็นชุดประสบการณ์ในการดำเนินงานได้แก่
    กระบวนการเปิดเวทีชาวบ้าน-การเปิดเวทีชาวบ้านร่วมกับภาครัฐหรือองค์กรปกครองท้องถิ่น กระบวนการจัดการเรียนรู้ในการศึกษาดูงาน กระบวนการสร้าง
    การรับรู้ในชุมชนผ่านการประชาสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมในโครงการวิจัย เป็นต้น

3. การจัดทำสรุปรายงานการเงินแต่ละเดือนให้ถูกต้องตามหมวดหมู่ที่ระบุไว้ในสัญญาขอรับทุนสนับสนุนการวิจัย เพื่อสะดวกต่อการสรุปรายงานการเงินประจำ
    งวดต่อไป

4. นำสิ่งที่จดบันทึกจากข้อ 1 – 3 มาเรียบเรียง และนำเสนอให้ทีมประสานงานช่วยอ่านเหมือนกับการตรวจสอบรายงานการเงินประจำเดือน เพื่อเพิ่มเติมเนื้อหา
     หรือประเด็นสำคัญที่แต่ละโครงการควรบันทึกไว้  เพื่อเป็นบทเรียนกับโครงการวิจัยอื่นเป็นระยะๆ จะช่วยให้การเขียนรายงานมีความสมบูรณ์  และเสร็จตาม
     กำหนด

ข้อสังเกต / ข้อเสนอแนะ

1. ควรบันทึกเทป / วิดีโอในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง เพื่อช่วยให้การสรุปเนื้อหาครบถ้วนถ้าจดบันทึกในเวทีไม่ทัน และทราบบรรยากาศในการจัดกิจกรรมเพื่อช่วย
    ให้มีการปรับการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสมถ้ามีการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป

2. ควรเริ่มต้นจากการเขียนบันทึกประจำวันของตนเอง จะช่วยฝึกฝนเรื่องการบันทึก / สรุปรายงาน

3. ควรฝึกฝนเรื่องการสังเกตและการตั้งโจทย์คำถามภายในทีมวิจัย จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยน / ถอดบทเรียนในประเด็นที่หลากหลาย ช่วยให้เกิดชุดประสบการณ์
    และนำมาถ่ายทอดในรายงานได้อย่างครบถ้วน

กระบวนการพัฒนาศักยภาพภายในทีมวิจัย / ทีมประสานงาน

1. พัฒนาอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นตอน (แนวคิด กระบวนการดำเนินงาน การจัดทำเอกสาร และการบริหารจัดการภาย) เริ่มเรียนรู้จากการพัฒนาโจทย์วิจัย
    พัฒนาโครงการ การเขียนเอกสารเชิงหลักการ การจัดทำรายงานการเงิน และการติดตามหนุนเสริมโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน

2. พัฒนาทักษะและเรียนรู้จากเวทีอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มการรับรู้และเรียนรู้ในประเด็นที่หลากหลาย ประเด็นที่คล้าย และประเด็นที่มีการต่อยอด เพื่อพัฒนา
     กระบวนการเรียนรู้และการคิดอย่างเป็นระบบ (การศึกษาดูงาน เวทีวิเคราะห์ / สังเคราะห์ข้อมูล เวทีแลกเปลี่ยนประเด็นใกล้เคียง เวทีถอดบทเรียนเพื่อยกระดับ
     / จัดการความรู้)

3. มีการจัดกระบวนการตามสถานการณ์และความเหมาะสมในระหว่างการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ
    (อริยะสัจ 4 พลังกลุ่ม การทำงานอย่างสร้างสรรค์)

4. การพูดคุยอย่างสร้างสรรค์เพื่อค้นหาจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส อุปสรรคของการดำเนินงาน เพื่อสะท้อนการดำเนินงานในระยะที่ผ่านมา การวางแผนการดำเนินงาน
    ในระยะต่อไป และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันเพื่อสร้างแนวคิด-กระบวนการ-เครื่องมือใหม่ในการดำเนินงาน

กระบวนการบริหารจัดการภายในทีมวิจัย / ทีมประสานงาน

1. แบ่งบทบาทการดำเนินงานภายในทีม ได้แก่ การติดต่อประสานงาน การจัดทำรายงานการเงิน การสรุปรายงานการประชุม การจัดระบบข้อมูล การจัดทำเอกสาร
    ภายในสำนักงาน เป็นต้น จากนั้นมีการสลับบทบาทเพื่อเรียนรู้การดำเนินงานร่วมกันและสามารถดำเนินงานแทนได้

2. มีการส่งเสริมและพัฒนาบทบาทภายในทีมเพื่อยกระดับการดำเนินงาน ได้แก่ การดำเนินงานในเวที การติดต่อประสานงานเพื่อเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    การจัดทำแผนการดำเนินงานจากการวิเคราะห์สถานการณ์และบานข้อมูลเดิม เป็นต้น

3. ควรเปิดโอกาสให้กับทุกคนภายในทีมแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และพูดคุยกันได้ทุกเรื่องเพื่อยอมรับและปรับการบริหารจัดการภายในทีมอย่างเหมาะสม
     กับสมดุลของชีวิตการงานและครอบครัว

4. ควรมีความยืดหยุ่นและมีความคล่องตัวในการดำเนินงานสูง เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและมีความสัมพันธ์เชิงมิติอื่นๆ เข้ามา
     เกี่ยวข้อง การปรับให้เหมาะสมและทำงานอย่างคล่องตัวจะช่วยคลี่คลายปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

5. ควรมีการวางแผนและกำหนดเป้าหมายร่วมกันภายในทีม (ระยะสั้น-ระยะยาว) เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและศักยภาพของแต่ละบุคคลภายในทีมร่วมกัน
    เป็นระยะๆ กำหนดเป้าหมายระยะสั้น – ระยะยาว เพื่อให้เกิดความชัดเจนระหว่างการดำเนินงาน

 
 
   
 
คุณสามารถ ดาวน์โหลดเอกสารที่เป็นไฟล์ microsoft word โดยคลิ๊กที่ไอคอนด้านข้างนี้